นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ครั้งสุดท้ายที่ผมซื้อตั๋วเข้าไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครก็เมื่อปีที่แล้ว เพื่อชมนิทรรศการ “สมบัติล้ำค่าของชาติ” (National treasure) หลังจากนั้นก็พยายามแวะเวียนกลับไปอีก คงเป็นเพราะตอนนี้เลิกทำงานประจำก็เลยต้องหางานประจำใหม่ทำ คือเที่ยว เป็นคน “ขาเลาะ” หาความสุขราคาไม่แพงใกล้ๆ บ้าน สำหรับคุณผู้อ่านผู้ไม่เคยแวะไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ มาชาติหนึ่งแล้ว ช่วงนี้ที่เป็นโอกาสดีที่สุด ในการหาเหตุผลเพื่อเดินทางไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ เพราะมีงานนิทรรศการที่น่าสนใจ “วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปะทัศน์ญี่ปุ่น”

ถ้าคุณพลาดคราวนี้ คุณอาจจะต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน 30,000 บาท ++ (ถ้าเดินทางกับการบินไทย) ไปดูศิลปวัตถุชุดนี้ที่ญี่ปุ่น แต่ถ้าคุณไปดูที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คุณซื้อตั๋วแค่ 30 บาท

“วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปะทัศน์ญี่ปุ่น” เป็นการแสดงโบราณวัตุและศิลปวัตถุที่น่าสนใจ มากเกินพอที่จะเดินทางออกจากบ้าน เพราะมีของสะสมล้ำค่าจำนวน 130 ชิ้น ที่ภัณฑารักษ์ชาวไทยและชาวญี่ปุ่นช่วยกันคัดเลือกเป็นเวลา 1 ปี จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2 แห่ง ที่โตเกียวและคิวชู เพื่อฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น

ทุกชิ้นเป็นของรักของห่วงของคนญี่ปุ่น หลายชิ้นเหมือนพระแก้วมรกตของเรา ในแง่ที่ไม่เคยเดินทางออกนอกหมู่เกาะญี่ปุ่น และศิลปวัตถุทั้ง 130 ชิ้น สะท้อนให้เห็นแง่มุม ต่าง ๆ ด้านศรัทธาและความเชื่อของคนบนหมู่เกาะญี่ปุ่น

เริ่มตั้งแต่สมัยโจมนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคที่คนญี่ปุ่นยังเขียนหนังสือกันไม่เป็น อย่าว่าแต่ตัวหนังสือเลย ข้าวปั้นก็ไม่มีกิน เพราะยังปลูกข้าวกันไม่เป็น ญี่ปุ่นเรียนรู้การปลูกข้าวจากคนเกาหลี ระหว่างที่รอให้คนเกาหลีมาบอกว่า “เอาเมล็ดข้าวหว่านลงไปในดิน รอให้ออกรวงแล้วค่อยเก็บมากิน”

ตุ๊กตาดินเผา “โดกู” ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยโจมนตอนปลาย อายุราว 3000-2500 ปี (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

คนบนเกาะญี่ปุ่น เมื่อ 5000 ปี ทำได้แค่ออกล่าสัตว์ ช่วยหันไล่ให้กวางตกเขาตาย ออกตกปลา ถ้าคนที่ขี้เกียจอย่างผมก็นอนอยู่ใต้ต้นไม้ รอแรงโน้มถ่วงของโลกส่งลูกไม้สุกมาให้กิน (รอให้ผลไม้สุกหล่นลงมาใส่บ่อน้ำ ผสมกับยีสต์ในธรรมชาติ แล้วกลายเป็นเบียร์ยุคก่อนประวัติศาตร์- ถ้าคุณงงให้กลับไปอ่านประวัติของเบียร์) ช่วงศิลปะยุค “ปฐมวัย” หรือยุคก่อนประวัติศาสตร์เริ่มจากความกลัว กลัวทุกอย่าง ไม่ว่าเป็นไฟ ลมพายุ อากาศหนาว เริ่มเสาะหาที่พึ่งทางใจ มีการสร้างงานขึ้นเพื่อเอาใจอำนาจและสิ่งศักดิ์ที่เหนือธรรมชาติ เช่น ในนิทรรศการครั้งนี้มีหม้อดินเผาทรงเปลวไฟ ไม่ได้ทำมาหุงข้าวนะครับ แต่ทำขึ้นมาเพื่อบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติ ช่วยทำอุ่นใจ มั่นใจว่าสามารถผ่านฤดูหนาวที่แสนโหดร้ายไปได้

ภาชนะดินเผาทรงเปลวไฟ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยโจมนตอนกลาง อายุราว 4500 ปี เชื่อว่าทำขึ้นมาเพื่อบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผ่านฤดูหนาวที่ทุกข์ทรมานไปได้อย่างปลอดภัย

ภาชนะดินเผาทรงเปลวไฟ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สมัยโจมนตอนกลาง อายุราว 4500 ปี เชื่อว่าทำขึ้นมาเพื่อบูชาอำนาจเหนือธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผ่านฤดูหนาวที่ทุกข์ทรมานไปได้อย่างปลอดภัย (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

ศิลปะบนเกาะญี่ปุ่นเดินทางล่วงมาถึงสมัยเฮอันในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 6-11 (ช่วงทวารวดี – นครวัด) ถือได้ว่าเป็นยุคทองของศิลปะญี่ปุ่น แต่เป็นศิลปะจากราชสำนัก พวกขุนน้ำขุนนางรับช่างฝีมือมาชุบเลื้ยง แข่งขันกันสร้างงานศิลปะ ผ่านมาถึงสมัยเอโดะที่ขุนศึกมีอำนาจล้นแผ่นดิน ต้องบอกว่าล้นแผ่นดินจริง ๆ แม้แต่พระราชอำนาจยังนับว่าด้อยกว่า ยุคนี้ประชาชนเริ่มมีอิสระในการสร้างงานศิลปะ เศรษฐกิจดี เพราะมีการค้าขายกับต่างประเทศ เงินสะพัด มีใช้จ่ายกับความหรูหรา (luxury) มีละครคาบุกิ โรงน้ำชา โรงเหล้า สถานบันเทิง แฟชั่นจากยุโรป มีทุกอย่างที่ศิลปินชอบ เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ ศิลปินญี่ปุ่นเริ่มวาดภาพที่มีมิติด้านลึก (Perspective) หลังจากได้เห็นภาพประกอบตำรายาของยุโรป

กลับมาที่ความสัมพันธ์ของคนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยากับคนที่หมู่เกาะญี่ปุ่น ไทยกับญี่ปุ่นคบกันมานาน คงจำยามาดะ นางามาซะกันได้ ถ้าจำไม่ได้ลอง “กูเกิ้ล” คำว่า “ออกญาเสนาภิมุข” จะได้คำอธิบายประมาณนี้ “ซามูไรชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามารับราชการ ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยกรุงศรีอยุธยา”

เรามีหมู่บ้านญี่ปุ่นที่กรุงเก่า ผมไม่รู้ว่าผมมีญาติของผมคนไหนเคยนั่งสำเภาไปตั้งหลักปักฐานหากินกับไดเมียว หรือไปรับจ้างลับมีดที่เอโดะหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่เคยได้ยินแม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แต่ที่แน่ ๆ คุณวิภารัตน์ ประดิษฐอาชีพ เจ้าหน้าภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติฯ บอกว่า “ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีพ่อค้าญี่ปุ่นมาซื้อหนังปลากระเบนที่กรุงเก่า นำไปหุ้มด้ามดาบซามูไร” คุณวิภารัตน์ ประดิษฐอาชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดคัดเลือกศิลปวัตถุชุดนี้ เล่าให้เราฟังระหว่างเดินชมนิทรรศการ “คล้ายกับว่าหนังปลากระเบนมันหยาบ ทำให้มือจับดาบได้กระชับขึ้น ลายหนังก็สวย”

ดาบพร้อมฝัก สมัยเฮอัน พุทธศตวรรษที่ 17-18 ฝักดาบใช้เทคนิโรยผงทอง “นาชิจิ” ประดับมุกเป็นนกหางยาว และกะไหล่ทอง (ภาพ/พูวดล ดวงมี)
ศิลปวัตถุทั้ง 130 ชิ้น สะท้อนให้เห็นแง่มุม ต่าง ๆ ด้านศรัทธาและความเชื่อของคนบนหมู่เกาะญี่ปุ่น (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

ใครที่ไปชมงานศิลปวัตุครั้งนี้จะได้เห็นดาบซามูไรที่สวยงามมาก ตีขึ้นในสมัยเฮอัน ช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-18 ซึ่งตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา ของส่งของเราสมัยนั้นไม่ใช้ข้าวหอมมะลิ แต่เป็นหนังแผ่น ไม่ว่าจะเป็นหนังกระเบน หนังปลาฉลาม หนังเสือ หนังหมี ดาบที่ผมบอกว่าสวย ฝักดาบใช้เทคนิคโบราญด้วยการโรยผงทองเป็นพื้น ประดับมุกเป็นนกหางยาว ด้ามพันด้วยหนังปลากระเบน ใครที่ชอบของมีคม รับรองไม่ผิดหวัง สวยคมบาดใจ (ยิ่งกว่าคุณใหม่ ดาวิกา)

นอกจากดาบซามูไรแล้วศิลปวัตถุทุกชิ้นล้วนน่าสนใจ ใครที่เรียนรู้เรื่องราวของญี่ปุ่นจากหนังสือการ์ตูนต้องจำตุ๊กตาดินเผา “โดกู” ได้ดี เพราะเจ้าตุ๊กตาดินเผาหน้าตาประหลาดตัวนี้เป็นขวัญใจของคนญี่ปุ่น มีให้เห็นในงานศิลปะสมัยใหม่ทุกประเภท ในนิทรรศการมีตุ๊กตาโดกูตัวที่สมบูรณ์ที่สุดตัวหนึ่งมาให้ชม ตามคำบรรยาย “ตุ๊กตาโดกูเป็นรูปสตรี มีเต้านม มีดวงตากลมคล้ายดวงตาแมลง สวมชุดที่ตกแต่งเป็นลวดลาย” ผมดูแล้วเห็นเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ กำลังยืนเท้าสะเอว หน้าบึ้ง ปากบึน เหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ ลองไปดูด้วยตาแล้วดูซิว่าจะเห็นเหมือนกับผมหรือเปล่า?

วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปะทัศน์ญี่ปุ่น (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
กระเป๋าถือ ของใช้ของผู้หญิงที่แสดงความหรูหราในสมัยเอโดะ (ภาพ/บางกอกบิ๊กส์เอียร์ส)

วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น

จัดแสดงถึง 18 กุมภาพันธ์ 2561 (ปิดทุกวันจันทร์ และวันอังคาร) ที่พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ราคาบัตรเข้าชม 30 บาท

สามารถถ่ายภาพนิ่งได้ แต่ห้ามใช้แฟลช

งานศิลปวัตถุทุกชิ้นมีคำบรรยายสั้น ๆ พอเข้าใจ ถ้าต้องความหมายเพิ่มเติมแนะนำให้ซื้อหนังสือ “วิถีแห่งศรัทธาจากศิลปทัศน์ญี่ปุ่น” ที่มีคำบรรยายเพิ่มเติมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ราคาเล่มละ 420 บาท

มีงานศิลปะญี่ปุ่น เช่น งานกระดาษ งานภาพพิมพ์ง่าย ๆ ให้ผู้เข้าชมทุกวัยได้ลองทำสนุก ๆ และมีเทคโนโลยีโทรทัศน์ที่มีความคมชัดขนาด 8K มาให้ลองชม

สามารถจอดรถในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยบอก “พี่ รปภ. ใจดี” ที่ประตูทางเข้าว่ามาชมนิทรรศการ แต่ถ้าที่จอดเต็มสามารถวนหาที่จอดได้บริเวณอนุสาวรีย์ทหารอาสาฯ