ญี่ปุ่น: วิถีแห่งซากุระ วิถีแห่งซามูไร

ในมวลผกามีซากุระ ในหมู่ชนมีซามูไร กลีบดอกซากุระที่ทิ้งตัวลงบนพื้นดินในขณะที่เบ่งบานงดงามที่สุดโดยไม่รั้งรอให้โรยรานั้นถูกนำมาเปรียบเทียบกับซามูไรที่ยอมสละชีพในการรบอย่างไม่อาลัยอาวรณ์

ญี่ปุ่น: วิถีแห่งซากุระ วิถีแห่งซามูไร
บอบบาง งดงามและไม่จีรัง คือ วิถีแห่งซากุระ (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ดอกซากุระค่อย ๆ แย้มกลีบบานรับลมเย็น กลีบดอกบางเบาสั่นไหวตามแรงลมราวกับกำลังปรบมือต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังมาถึงบนเกาะญี่ปุ่น

เทศกาลการชมดอกซากุระ หรือ ฮานามิ จะเริ่มในช่วงปลายเดือนมีนาคมจนถึงช่วงต้นพฤษภาคมของทุกปี เทศกาลนี้ถือเป็นเทศกาลยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นและผู้ที่ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทุกวันในช่วงเทศกาลชมดอกซากุระรายการข่าวของญี่ปุ่นจะมีการประกาศวันและเมืองที่ดอกซากุระในเมืองนั้น ๆ จะผลิบาน ดอกซากุระจะบานไล่ขึ้นมาจากทางใต้สุดของญี่ปุ่นจนถึงเขตเหนือสุดของประเทศ ตลอดเส้นทางการแย้มบาน ความงดงามของกลีบซากุระจับหัวใจของทุกคนที่ได้พบเห็น

ดอกซากุระหลอมรวมอยู่ในชีวิตของคนญี่ปุ่น เห็นได้จากงานศิลปะ วรรณกรรม ไปจนถึงวัฒนธรรมการชมดอกไม้

สมัยก่อนเมื่อเห็นดอกซากุระบานจะถือว่าเข้าสู่ฤดูของการทำนา คนญี่ปุ่นโบราณเชื่อว่าต้นไม้มีเทพเจ้าสถิตอยู่ดังนั้นพวกเขาจะถวายเหล้าสาเกที่ทำจากข้าวญี่ปุ่นให้กับเทพเจ้า

ญี่ปุ่น: วิถีแห่งซากุระ วิถีแห่งซามูไร
ดอกซากุระหลอมรวมอยู่ในชีวิตของคนญี่ปุ่น เห็นได้จากงานศิลปะ วรรณกรรม ไปจนถึงวัฒนธรรมการชมดอกไม้ (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ส่วนคำว่าฮานามิ (花見) ที่ทุกวันนี้ใช้ในความหมายว่าการชมดอกซากุระหากแปลตามตัวอักษรแล้วแปลว่า การชมดอกไม้ เพราะสมัยก่อนการชมดอกไม้นั้นจะเป็นการชมดอกไม้ตามฤดูกาลที่ดอกไม้แต่ละชนิดเบ่งบานและการชมดอกไม้ที่นิยมที่สุดคือการชมดอกบ๊วยตามขนบของจีน ชาวจีนเห็นว่าดอกบ๊วยคือความงดงามของฤดูหนาวและเป็นตัวแทนของความอดทนต่อความยากลำบากของชาวจีน

ประเพณีการชมดอกซากุระของชาวญี่ปุ่นนั้นเริ่มในสมัยเฮอัน (794-1185) เชื่อว่าการชมดอกซากุระนั้นน่าจะเริ่มจากการที่พระจักรพรรดิร่ำสุราชมดอกซากุระในอุทยานที่พระราชวัง จากนั้นจึงมีพระราชดำริพระราชทานเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มแก่พระราชวงศ์ ขุนนาง และนักรบโดยมีกวีและศิลปินมาให้ความบันเทิงขณะชื่นชมความงามของดอกซากุระ

สายลมเย็นแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดพากลีบดอกซากุระร่วงหล่น กลีบดอกบางเบาสีชมพูจางปลิดปลิวละล่องลิ่วลงบนพื้นชวนให้นึกถึงชีวิตและความงามที่ไม่อาจคงอยู่ตลอดกาล ดอกซากุระชูช่อเบ่งบานเพียงหนึ่งอาทิตย์จากนั้นจะร่วงจนหมด ในญี่ปุ่นซากุระจึงมักถูกนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตและความงามที่เจิดจรัสงดงามแต่แสนสั้น

ญี่ปุ่น: วิถีแห่งซากุระ วิถีแห่งซามูไร
แสงสีทองส่องต้องซากุระยิ่งขับความงามละมุนของกลีบดอกอ่อนบาง (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ยุคเฮอันเป็นช่วงเวลาที่ซามูไรรุ่งเรืองเพราะแม่ทัพโทโยโทมิ ฮิเดโยชิพยายามรวมดินแดนให้เป็นหนึ่งเดียว ฮิเดโยชิพยายามยกฐานะของซามูไรให้เป็นมากกว่านักรบ โดยให้เป็นผู้ปกป้องกฎระเบียบพิธีการทางวัฒนธรรมจึงสนับสนุนให้ซามูไรได้เรียนรู้ศิลปะแขนงอื่น ๆ เช่น การแต่งและการชื่นชมบทกวี การชงชา และการจัดดอกไม้ ในยุคนี้เองที่เราจะได้พบเห็นภาพวาดของซามูไรระดับสูงที่เรียกว่า ไดเมียว ชื่นชมความงามของดอกไม้ในเทศกาลชมดอกไม้

ฮิเดโยชิอาจล้มเหลวในการสร้างราชวงศ์ที่ยืนยาวแต่แนวความคิดของเขาในการสนับสนุนให้ซามูไรรู้จักและถือปฏิบัติขนบในวังถือว่าประสบความสำเร็จ การชมดอกไม้กลายเป็นประเพณีที่ถ่ายทอดกันในวัฒนธรรมของชนชั้นปกครอง

ต่อมาไดเมียวโทะกุงะวะ อิเอยะซู ได้รับการแต่งตั้งเป็นโชกุนในปี ค.ศ. 1603 อิเอยะซูเป็นโชกุนคนแรกจากตระกูลโทะกุงะวะและได้สถาปนาบะกุฟุ (รัฐบาลทหาร) ที่เมืองเอะโดะ ช่วงนั้นถือเป็นช่วงที่นักรบแข็งแกร่งที่สุด อิเอยะซูปกครองประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่สิ้นสุดศึกเซะกิงะฮะระและเริ่มต้นยุคเอะโดะ ในสมัยโชกุนคนที่ 2 แห่งตระกูลโทะกุงะวะนามโทะกุงะวะ ฮิเดะตะดะ (บุตรชายคนที่ 3 ของโทะกุงะวะ อิเอะยะซู)  ได้ปลูกซากุระในพื้นที่ของวัดโทเอย์ซัง คันเอย์จิ วัดหลักแห่งศาสนาพุทธนิกายเท็นได สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1625 โดยพระชื่อว่า เท็นไก เพื่อปัดเป่าความชั่วร้ายไม่ให้กล้ำกรายเมืองเอะโดะ วัดนี้ถือเป็นวัดประจำตระกูลโทกุงาวะและเป็นที่ฝังศพของโชกุนตระกูลโทกุงาวะถึง 6 คน วัดที่กว้างใหญ่แห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าไปกราบไหว้ได้ วัดโทเอย์ซัง คันเอย์จิ ถูกทำลายจนเกือบหมดสิ้นในยุคล่มสลายของระบบโชกุน ในปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดคือสวนสาธารณะอุเอโนะ

ไดเมียวคนอื่น ๆ ได้นำแนวคิดเรื่องการปลูกซากุระในพื้นที่สาธารณะไปปฏิบัติในดินแดนที่ตัวเองปกครองจึงทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมการชมดอกซากุระได้

ญี่ปุ่น: วิถีแห่งซากุระ วิถีแห่งซามูไร
ชาวญี่ปุ่นผูกพันกับซากุระมาหลายร้อยปี ซากุระตัวแทนของความงามที่เด็ดเดี่ยวและน่านับถือ (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ยุคเอะโดะกินเวลายาวนานกว่าสองร้อยห้าสิบปี ในช่วงบ้านเมืองสงบสุขซามูไรซึ่งเป็นนักรบจึงไร้สงครามที่จะต่อสู้ พวกเขาทำหน้าที่เป็นข้าราชการ หน้าที่ในสังคมของซามูไรคือ การเป็นต้นแบบที่ดีงามเรื่องความประพฤติและจริยธรรมแบบญี่ปุ่น จนมีสุภาษิตว่า ในมวลผกามีซากุระ ในหมู่ชนมีซามูไร

กลีบดอกซากุระที่ทิ้งตัวลงบนพื้นดินขณะเบ่งบานงดงามที่สุดโดยไม่รั้งรอให้โรยรานั้นถูกนำมาเปรียบเทียบกับซามูไรผู้ยอมสละชีพในการรบอย่างไม่อาลัยอาวรณ์  ความงดงามที่อาจสลายไปได้ทุกขณะเป็นสิ่งที่เหมือนกันของซากุระที่แสนบอบบางและซามูไรผู้เข้มแข็งห้าวหาญ  ดอกซากุระที่ปลิดปลิวยังถูกนำมาผนวกกับภาพซามูไรขณะประกอบพิธีกรรมเซ็ปปุกุ ที่ชาวต่างชาติมักเรียกว่า ฮาราคีรี หรือการคว้านท้องฆ่าตัวตายเพื่อรักษาเกียรติแห่งซามูไรอีกด้วย กระทั่งเครื่องบินรบของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จะมีรูปดอกซากุระซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการยอมสละชีพในการรบอย่างไม่อาลัยอาวรณ์เฉกเช่นซามูไรเมื่อในอดีต

ตามประเพณีเก่าแก่การชมซากุระมักหมายถึงการนั่งกินอาหารใต้ต้นซากุระที่กำลังเบ่งบาน แต่ในปัจจุบันการชมดอกซากุระอาจเป็นเพียงการเดินชมซากุระในสวนสาธารณะ

จุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงจะมีคนแน่นมากและมักมีการแย่งชิงจุดนั่งกินอาหารใต้ต้นซากุระเสมอ โดยปกติต้องมีคนไปจองที่นั่งก่อนที่จะมีการจัดเลี้ยงหรือกินอาหารใต้ต้นซากุระ มารยาทในการจองที่คือต้องปูผ้ารองนั่งหรือเสื่อตั้งแต่เช้าและอาจเขียนชื่อกลุ่มและเวลาที่งานจะเริ่มไม่เช่นนั้นต้องมีคนนั่งประจำที่ทั้งวันจนกว่าทุกคนจะมาตามนัดหลังจากเลิกงาน

ญี่ปุ่น: วิถีแห่งซากุระ วิถีแห่งซามูไร
ซากุระมีหลายพันธุ์ทั้งแบบกลีบชั้นเดียวและกลีบหลายชั้น (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

มารยาทในการชมซากุระ

  • ไม่ดึง เขย่าหรือโน้มกิ่งซากุระ ไม่เด็ดดอกซากุระ ไม่ปีนต้นซากุระ และไม่เหยียบรากซากุระ
  • ดูแลความสะอาดบริเวณที่นั่งดื่มกินอาหาร เก็บขยะให้เรียบร้อยเมื่องานเลี้ยงเลิก สวนสาธารณะบางแห่งไม่มีถังขยะ ดังนั้นควรเตรียมถุงขยะเพื่อนำขยะไปทิ้งในบริเวณที่จัดเตรียมไว้
  • ตรวจสอบกฎระเบียบของแต่ละสถานที่ เพราะสวนสาธารณะแต่ละแห่งมีระเบียบต่างกัน หลายแห่งไม่อนุญาตให้ปิ้งย่างอาหาร บางแห่งมีกำหนดเวลาเลิกงานเลี้ยงในยามค่ำ และบางแห่งไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา

ตรวจสอบช่วงเวลาดอกซากุระเบ่งบานตามเมืองต่าง ๆ ในญี่ปุ่นได้ ที่นี่

จิบชาอุ่นกรุ่นกลิ่นอายซากุระ

มาการองในชุดน้ำชา “ซากุระ” (ภาพ/โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ)

อัพ แอนด์ อะบัฟ บาร์ (Up & Above Bar) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ พร้อมเสริฟชุดน้ำชายามบ่าย “ซากุระ” ที่เชฟขนมหวานบรรจงออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสีชมพูอ่อนหวานของดอกซากุระกับสีท้องฟ้าอันสดใสของฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่น