แลใต้ผ่าน “หลาดเมืองคอน”

ล่องใต้ไป “แลหลาดเมืองคอน” สัมผัสวิถีชีวิต รสชาติอาหารและวัฒนธรรมของนครศรีธรรมราช เมืองท่าริมทะเลสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการค้าและอารยธรรมของอุษาคเนย์มาหลายศตวรรษ

หนังตะลุง การแสดงพื้นบ้านของพี่น้องชาวใต้ที่เปี่ยมด้วยความงามและศิลปะ (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

นครศรีธรรมราชเป็นอู่ข้าวอู่น้ำและศูนย์กลางการค้าและอารยธรรมอันหลากหลายตั้งแต่สมัยโบราณ ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเลเป็นสมบัติล้ำค่าของคนนครศรีธรรมราช ในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมามรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของคนเมืองคอนได้รับการถ่ายทอดผ่านศาสนา ประเพณี ประติมากรรม สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ช่างฝีมือพื้นบ้าน การละเล่นและอาหาร สิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้คนเมืองคอนเป็นคนละเอียดลุ่มลึก ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย รักท้องถิ่น และมีน้ำใจ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินมาท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช ตลาดคือสถานที่ที่ไม่ควรพลาด ทุกวันนี้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีสีสันมากขึ้นเพราะคนนครศรีธรรมราช หรือเรียกกันสั้นๆ แบบคนใต้ว่า “คนเมืองคอน” ร่วมกันฟื้นฟูวิถีชีวิตและศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ของนครศรีธรรมราชผ่านทางตลาดแนวย้อนยุคเพื่อรักษา สืบทอด และฟื้นฟูวิถีชีวิตของคนเมืองคอนที่เรียบง่ายและมีสีสันผ่านทางอาหาร การแสดง และของใช้พื้นเมือง

ล่องเรือดูวิถีชีวิตพื้นบ้านที่หลาดน้ำเชียรใหญ่

ทริปเดินทางของเราคราวนี้เน้นเที่ยวตลาดของคนเมืองคอนที่กำลังได้รับความนิยมจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เส้นทางตามรอย “5 หลาดสุดหรอยใน 2 วัน” ของเราเริ่มจากหลาดริมน้ำเชียรใหญ่ที่เปิดทุกวันเสาร์ตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมงจนถึงสามทุ่ม ที่ลานกว้างริมแม่น้ำเชียรใหญ่ เราเลือกการล่องเรือจากท่าเรือไม่ไกลวัดพระนางเลือดขาวที่ชาวบ้านนับถือเพื่อชมความงามของแม่น้ำเชียรใหญ่ ก่อนที่จะไปเลือกชิมขนมพื้นบ้านจากหลาดริมน้ำเชียรใหญ่ แม่น้ำเชียรใหญ่เป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์และบรรยากาศเงียบสงบ สายลมเย็น ๆ คลายร้อนให้พวกเราได้เป็นอย่างดี ชาวบ้านโบกมือทักทายเรือพวกเราประปราย บางบ้านก็ล่องเรือเล็กมาดักกุ้งตกปลาเอาไว้เป็นอาหาร

แม่น้ำเชียรใหญ่ที่เงียบสงบและอุดมสมบูรณ์ (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

หลาดริมน้ำเชียรใหญ่บรรยากาศคึกคักเป็นกันเอง หลายคนแต่งชุดไทยมาเดินในงาน ร้านค้าตกแต่งเป็นซุ้มไม้ไผ่หลังคามุงจาก ข้าวของที่พ่อค้าแม่ขายนำมาประชันกันโดยมากเป็นอาหารพื้นบ้าน ของหวานพื้นเมืองอย่างเช่น ขนมลา ขนมครก และผลิตภัณฑ์โอท็อป ที่ลานการแสดงมีเด็ก ๆ ตัวน้อย ๆ มารำมโนราห์ให้ผู้ใหญ่ชม เราเดินแวะไปขอถ่ายรูปคุณป้าที่กำลังทำขนมลา พอถ่ายรูปเสร็จคุณลุงที่ยืนอยู่ด้วยรีบเอาขนมยื่นให้แล้วบอกว่า “เอาไปลองกินดู” เรียกได้ว่าเดินผ่านร้านไหนก็ให้ลองชิมเกือบทุกร้าน แค่ชิมอย่างละคำเดินทั่วตลาดก็อิ่มพอดี

หมี่ผัดกับกุ้งเนื้อแน่นที่เขาว่ากินได้ไม่รู้เบื่อ (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

พอได้เวลากลับขึ้นรถทุกคนที่เอาแต่ถ่ายรูปก็ควักคูปองที่พี่ผู้จัดทริปให้เอาไว้ก่อนแยกกันเดินส่งคืนให้พี่ผู้จัด พอรู้ว่าพี่เขาจ่ายทรัพย์ซื้อคูปองไปแล้วทุกคนก็เริ่มเสียดาย คนซื้อของไม่เก่งอย่างเราเลยปัดความรับผิดชอบ ยื่นคูปองให้เพื่อนร่วมทริปผู้ว่องไวและเลือกของเก่งไป ถึงแม้นเพื่อนจะทำหน้าเซ็งนิด ๆ แต่พริบตาเดียวเพื่อนก็หอบถุงกลับมาสองถุงใหญ่ พร้อมประกาศกร้าวว่า “แกต้องช่วยฉันรับผิดชอบไข่เค็มพวกนี้นะ” คนซื้อของไม่เก่งก็ได้แต่ชื่นชมความไวของเพื่อนพลางพยักหน้ารับคำและรับส่วนแบ่งไข่เค็มมาไว้ในครอบครอง

เที่ยวหลาดหน้าพระธาตุ แลศิลปะเมืองคอน

จากนั้นพวกเราก็ออกเดินทางไปที่หลาดหน้าพระธาตุที่หน้าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ตลาดคนเดินที่หน้าพระธาตุแห่งนี้ปิดถนนสายหลักเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรเพื่อจัดเป็นถนนคนเดินที่เน้นการค้าขายสินค้าพื้นถิ่นเพื่อสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่น ควบคู่กับการเผยแพร่และอนุรักษ์วัฒนธรรม หลาดหน้าพระธาตุเปิดทุกวันเสาร์ ตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม

การแสดงที่ตลาดหน้าพระธาตุโดดเด่นด้วยศิลปวัฒนธรรมพี่น้องเมืองคอน (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

จุดเด่นที่น่าประทับใจของหลาดหน้าพระธาตุนอกจากเรื่องสินค้ามากมายที่วางเรียงรายและพ่อค้าแม่ขายที่แต่งตัวแบบย้อนยุคแล้ว เรื่องความเป็นระเบียบและความสะอาดถือว่าโดดเด่นมาก ร้านค้าทุกร้านจะร่วมมือกันดูแลความสะอาดและมีถุงรับฝากขยะเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่เข้ามาเดิน หลาดแห่งนี้จะแตกต่างจากที่อื่นเพราะจะจัดเป็นโซน คือ โซนศิลปวัฒนธรรม มีการสาธิตการทำผ้าบาติก เปิดให้เด็ก ๆ ได้ทดลองตอกหนังตะลุง หรือย้อมผ้า โซนโอท็อป ศิลปหัตถกรรม จำหน่ายสินค้าดีมีคุณภาพของเมืองคอน เช่น เครื่องถมจากร้านนครหัตถกรรม ซึ่งเป็นร้านเครื่องถมของอ.นิคม นกอักษร ครูศิลป์ของแผ่นดิน พ.ศ. 2555 ช่างเครื่องถมนครศรีธรรมราช เป็นต้น ส่วนโซนอาหารมีของกินพื้นบ้านทั้งคาวหวานมากมายซึ่งโดยมากร้านค้าพยายามจัดเสิร์ฟในภาชนะที่ผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว ใบจาก กะลามะพร้าว

ขนมพื้นถิ่นห่อด้วยวัสดุธรรมชาติ (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

“เราเน้นเรื่องความสะอาดและความมีระเบียบ พื้นที่ถนนหน้าพระธาตุเป็นพื้นที่ถนนสายหลักของเรา เราจึงจำเป็นต้องดูแลให้สะอาดเรียบร้อย ยิ่งไปกว่านั้นเช้าวันอาทิตย์เราจะมีทำบุญที่พระธาตุดังนั้นถนนจึงต้องสะอาดที่สุด ทุกคนไม่ว่าจะผู้ค้าหรือคนที่มาเดินตลาดให้ความร่วมมือกันดีมากจนตลาดของเราได้เป็นหนึ่งในห้าตลาดดีเด่นของประเทศที่มีคนมาเยี่ยมชมดูงานเป็นประจำ” เกียรติกร เจริญพานิช รองเลขาธิการหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราชกล่าว

นอกจากของกินของใช้ เรายังได้ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงมากมายที่ลานวัฒนธรรมที่จัดไว้ 3 ลาน เป็นพื้นที่เปิดกว้างให้คนหรือกลุ่มคนที่มีความสามารถทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี หรือความสามารถต่าง ๆ ได้มีโอกาสมาแสดงต่อหน้าผู้ชม ลานที่ 1 เป็นลานการแสดงท้องถิ่น เช่น มโนราห์ หนังตะลุง เพลงบอก รองเง็ง ลิเกฮูลู ลานที่ 2 เป็นการแสดงดนตรีต่าง ๆ และนาฏศิลป์ประยุกต์ ลานที่ 3 เป็นลานแสดงเปิดหมวกของนักเรียน นักศึกษา วันที่เราไปเที่ยวหลาดหน้าพระธาตุ เราได้ยืนฟังเพลงจากนักเรียนมัธยม และได้ชมการแสดงต่าง ๆ โดยมีพระธาตุสวยสง่าเป็นฉากหลัง เป็นภาพที่น่าประทับใจมากเรียกได้ว่าพบได้ที่นี่ที่เดียวจริง ๆ

วันเสาร์กำลังจะลับลา และวันอาทิตย์เรามีแผนจะไปเที่ยวตลาดกันอีก

หลาดกรีน..พากินของพื้นบ้าน

ตลาดแรกที่เราไปเที่ยวในเช้าวันอาทิตย์ คือ หลาดกรีนหมู่บ้านภูมิปัญญา ตลาดกรีนเป็นตลาดที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 12 ไร่ของอาจารย์ทวี พลายด้วง ศิลปินชาวนครศรีธรรมราช เปิดทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เก้าโมงเช้าจนถึงหกโมงเย็น หลาดกรีนเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศสบาย ๆ เดินชมสินค้าจากฝีมือชาวบ้าน แล้วนั่งกินอาหารหลากหลายที่อาจารย์ทวียืนยันด้วยตัวเองว่าแต่ละร้านคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่และมีรสชาติแบบคนเมืองคอนแท้ ๆ ตลาดแห่งนี้ต่างจากหลาดหน้าพระธาตุและหลาดริมน้ำเชียรใหญ่ที่บรรยากาศเป็นแบบธรรมชาติ ร้านค้าเป็นร้านที่ทำจากไม้ไผ่มุงด้วยใบจากตั้งอยู่ใต้ร่มไม้เรียงรายกันไปตามทางเดินรอบสระน้ำใหญ่ สายลมพัดเอื่อย ๆ แม้นแดดยามสายจะค่อนข้างแรงแต่พอไปนั่งพักตามแคร่หรือที่นั่งใต้ต้นไม้ก็เรียกได้ว่าเย็นสบายไม่แพ้ใคร มุมการแสดงก็เป็นเวทียกพื้นแบบเรียบง่าย นักแสดงที่มารำมโนราห์และนักเชิดหนังตะลุงก็เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่ตั้งอกตั้งใจแสดงให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินและภาคภูมิกับการแสดงพื้นบ้าน สินค้าต่าง ๆ ที่วางขายก็เป็นงานฝีมือของคนในท้องถิ่น เช่น กระเป๋าสาน ผ้าทอ และเครื่องจักสานนานาชนิด

ศิลปินรุ่นเยาว์หัวก้าวหน้า นอกจากแสดงรำมโนราห์แล้วยังนำเล่นเกมให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมของชาวใต้ด้วย (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

“เมืองนครศรีธรรมราชมีภูมิปัญญาท้องถิ่นมากมายผมอยากให้หมู่บ้านภูมิปัญญาเป็นแหล่งเพาะปลูกและเผยแพร่ความรู้ที่สั่งสมมายาวนานของคนนครฯ”

– อาจารย์ทวี พลายด้วง ศิลปินชาวนครศรีธรรมราช

อาหารทุกอย่างที่หลาดกรีน อาจารย์ทวี รับประกันว่าปรุงจากวัตถุดิบที่คัดมาอย่างดีเยี่ยม รสชาติแบบคนเมืองคอนแท้ ๆ (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

อิ่มตาอิ่มใจและอิ่มท้องกันถ้วนทั่วจากตลาดกรีน แต่พอมองดูนาฬิกาก็ทำเอาต้องตัดสินใจกันขนานใหญ่เพราะมีอีกสองตลาดที่น่าไปเที่ยวแต่เวลาในการเดินทางนั้นจะไม่พอ เราจึงต้องเลือกระหว่าง หลาดริมคลองหัวไทร กับตลาดย้อนยุค@ปากพนัง เมื่อเทียบระยะทางกับเวลาที่เราเหลืออยู่ พวกเราเลือกไปตลาดย้อนยุค@ปากพนังเพราะระยะทางใกล้กว่า แต่ในใจก็คิดไว้ว่าคราวหน้าจะไม่ยอมพลาดหลาดริมคลองหัวไทรแน่ ๆ เพราะเพื่อน ๆ สายกินต่างก็ยกนิ้วให้กับสารพัดอาหารจานกุ้งที่คุณภาพดี สด อร่อยสมกับที่เป็นเมืองนากุ้ง รวมถึงไก่กอและสูตรโบราณที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่ว ทริปคราวหน้าเห็นทีต้องจัดเวลาวันอาทิตย์ตั้งแต่ 3 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่มให้กับหลาดริมคลองหัวไทรเสียแล้ว

ย้อนยุคที่ปากพนัง

จากหลาดเมืองกรีนนั่งรถไปประมาณเกือบชั่วโมง เราก็มาถึงปากพนัง ตลาดย้อนยุค@ปากพนัง ตั้งอยู่ติดเรือนจำปากพนัง ริมคลองบางฉลากที่เชื่อมต่อจากแม่น้ำปากพนัง ตลาดย้อนยุค@ปากพนังเปิดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ตั้งแต่เวลาบ่ายสามโมงถึงสองทุ่ม มีสโลแกนที่ดึงดูดใจชาวบ้านร้านถิ่นและนักท่องเที่ยว คือ “ไม่ถึงร้อย ก็หรอยได้” ตอนที่เราไปถึงแสงแดดยังแรงอยู่เราจึงนั่งพักผ่อนสักครู่ พอแดดเริ่มอ่อนเราก็เริ่มเดินลุยตลาดแบบพร้อมทดสอบว่า “ไม่ถึงร้อย ก็หรอยได้” นั้นเป็นแค่คำโฆษณาหรือเป็นเรื่องจริง

รอยยิ้มของแม่ค้าทำให้ตลาดสดใสขึ้นหลายเท่า (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

ขณะเราจะออกเดินก็เห็นคุณย่าคุณยายแต่งตัวย้อนยุคแถมแต่งหน้าทาปากอย่างสวยงามเตรียมตัวเดินไปทางเวที ผู้คนยิ้มแย้มแซวคุณย่าคุณยายตลอดทาง พอถามคนแถวนั้นว่าพวกคุณย่าคุณยายจะไปทำอะไรกันเขาก็ตอบกลับมาว่า สาว ๆ แก๊งนั้นกำลังจะขึ้นแสดงการร้องเพลงพื้นบ้านภาคใต้ให้คนที่มาเที่ยวตลาดได้ฟัง

ร้านค้าของตลาดย้อนยุคปากพนังตั้งอยู่ริมสองฝั่งคลอง ส่วนใหญ่เป็นร้านขนมและของกิน มีทั้งมะม่วงเบาแช่อิ่ม ขนมจู้จุน ขนมทอด ผัดหมี่แดงเมืองนัง และอื่น ๆ อีกสารพัด จุดที่น่ารักของตลาดนี้นอกจากอาหารจะหลากหลายและราคาถูกตามสโลแกนแล้วภาชนะทุกอย่างยังเน้นวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ใบบัว และหมาจาก (ภาชนะตักน้ำจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทำจากใบจาก) และถุงกระดาษ ถ้าหากกินอิ่มแล้วอยากจะลองออกกำลังที่คลองก็มีเรือไว้ให้พายเล่นฟรี ๆ ด้วย

ช่วงบ่ายแก่ ๆ แดดจะแรงไปหน่อย แต่คนน้อยกว่ายามเย็นที่คนมาเที่ยวตลาดกันอย่างคึกคัก (ภาพ / ชูศรี งามประเสริฐ)

ตลาดย้อนยุคแห่งนี้ยิ่งเย็นคนยิ่งเยอะ การแสดงก็ผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ช่วงที่พวกเราเดินอิ่มตัวกลมออกจากตลาดเป็นตอนที่พระอาทิตย์ลดความร้อนแรงลงไปเยอะแล้ว ขณะเดินไปที่จอดรถพวกเราสวนทางกับผู้คนมากมายที่แต่งตัวสวยงามเดินมาเที่ยวตลาดกัน

บรรยากาศคึกคักของตลาดเป็นเหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดให้คนเข้าไปท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอย ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ละคนดูมีความสุขกับการได้ไปเดินชม ชิม ช้อปและชื่นชมไปกับการแสดงต่าง ๆ บรรยากาศเนิบช้าไม่เร่งร้อน ไม่มีเสียงรถยนต์ มีแต่เสียงพ่อค้าแม่ขายเรียกลูกค้าให้เข้ามาชิม มาชมสินค้าของตัวเอง รอยยิ้มของชาวบ้านที่ได้ทำมาหากินอยู่ที่บ้านเกิดไม่ต้องทิ้งบ้านทิ้งครอบครัวเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่เป็นรอยยิ้มที่สดใสคู่กับตลาดเมืองคอนทุกตลาดที่เราได้เข้าไปเยือน รอยยิ้มใสซื่อมีความสุขของพี่น้องเมืองคอนทำให้นักเดินทางอย่างเราอยากกลับไปเยี่ยมอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

จากตลาดเชียรใหญ่ไปถึงตลาดหน้าพระธาตุ แวะตลาดกรีนกินของพื้นเมือง และเที่ยวตลาดย้อนยุคที่ปากพนัง เราเหลือตลาดหัวไทรอีกหนึ่งที่ก็จะครบ “5 หลาดสุดหรอยใน 2 วัน” แต่พวกเราตัดสินใจว่าจะเก็บตลาดหัวไทรไว้ทริปหน้า จริง ๆ แล้วเมืองนครศรีธรรมราชมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางกลับมาท่องเที่ยวได้ตลอดโดยไม่ต้องรอเวลา หรือฤดูกาลที่เหมาะสม กลับมาคราวหน้าเราจะไม่พลาดตลาดหัวไทรแน่ ๆ

+ การเดินทาง

สายการบินแอร์เอเชีย และนกแอร์ ให้บริการเครื่องบินโดยสารทุกวันในเส้นทาง กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช