สกลนคร เมืองคนมือดำ

"ถ้าคนสกลจะเลือกลูกสะใภ้ เขาจะเลือกผู้หญิงที่มือดำ" คำพูดของเจ้าถิ่นเมืองทะเลสาบหนองหาร ทำให้สาวต่างถิ่นต้องหันมาดูมือตัวเองด้วยความสงสัย ทำไมต้องดำ คำตอบอยู่ในหม้อคราม

จังหวัดสกลนครขึ้นชื่อในเรื่องผ้าย้อมครามคุณภาพดีที่เน้นการใช้ครามธรรมชาติ เมื่อมาถึงเมืองสกลนครทั้งที พวกเราตั้งเป้าหมายไปชมการสาธิตการย้อมผ้าครามแบบธรรมชาติ และการไปเลือกซื้อผ้าครามสวย ๆ ที่ถนนผ้าคราม

เฮือนนางคราม สถานที่ย้อมผ้าครามในครัวเรือนของคุณฐิติมา บุญต่าย หรือ คุณนก เป็นตัวเลือกของเราเพราะค่าใช้จ่ายย่อมเยาแถมไม่ไกลจากตัวเมือง นอกจากชมการย้อมผ้าครามแล้วถ้ามีเวลาเรายังสามารถย้อมผ้าครามด้วยตัวเองได้ บ้านน้อย ๆ ของคุณนกมีการจัดพื้นที่สำหรับการทำเวิร์คชอปย้อมผ้าครามสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็ก ๆ ที่อยากสัมผัสกับการย้อมครามด้วยตัวเอง ผู้เข้าร่วมเวิร์คชอปสามารถเลือกได้ว่าจะย้อมผ้าเช็ดหน้า ผ้าพันคอ หรือย้อมเสื้อ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป

สกลนคร
อินดีโก้ คือสีฟ้าคราม หนึ่งในสีธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ผ้าย้อมครามที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกมีอายุกว่า 6,000 ปี (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

“ถ้าคนสกลฯจะเลือกลูกสะใภ้ เขาจะเลือกผู้หญิงที่มือดำ” คุณนกพูดยิ้ม ๆ คำพูดของคุณนกทำเอาคนต่างถิ่นอย่างเราสงสัยมาก ทำไมต้องเลือกผู้หญิงมือดำ

“คนสกลนครย้อมผ้าครามใช้กันมาตั้งแต่โบราณ ทุกบ้านย้อมผ้ากันได้ เวลาย้อมผ้ายกตัวอย่างการย้อมผ้าครามเราใช้การย้อมเย็น ซึ่งเราจะเอามือลงไปขยำผ้าหรือเส้นฝ้ายในหม้อคราม สีจากครามก็จะติดมือคนที่ย้อมผ้าไปหลายวัน คนโบราณเขาถึงบอกว่าให้เลือกสะใภ้มือดำเพราะเป็นคนขยัน ย้อมผ้าเอง”

– คุณฐิติมา บุญต่าย เจ้าของเฮือนนางคราม

สกลนคร
นครแห่งคราม@สกลนคร (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ครามหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า อินดีโก้ คือสีฟ้าคราม เป็นหนึ่งในสีธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ผ้าย้อมครามที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลกมีอายุกว่า 6,000 ปี ขุดค้นพบในปีคริสตศักราช 2009 ที่ ฮัวอากา พรีเอตา  ประเทศเปรู (Huaca Prieta, Peru)  ตามประวัติศาสตร์ครามเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงมากเพราะถือเป็นของหายาก ถึงแม้ในโลกนี้มีพืชหลายชนิดที่ให้สีฟ้าคราม แต่สีครามส่วนใหญ่ที่อยู่ในตลาดเป็นครามจากพืชในเขตร้อนซึ่งมีมากในแถบประเทศอินเดียที่เรียกกันว่า ครามแท้ (True Indigo) จึงไม่น่าแปลกใจที่คำว่า อินดีโก้ (Indigo) นั้นมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกที่แปลว่า อินเดียน เนื่องจากประเทศอินเดียเป็นดินแดนหลักที่ผลิตครามให้กับประเทศแถบยุโรปตั้งแต่สมัยเกรกโก-โรมัน ส่วนประเทศแถบเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและจีนที่มีอากาศหนาวกว่าแถบประเทศไทยและอินเดียจะใช้พืชตระกูลฮ่อมในการย้อมผ้าให้เป็นสีฟ้าครามหรือสีน้ำเงิน

คุณนกอธิบายพร้อมสาธิตการขยำผ้าในหม้อครามในขณะที่พวกเราทำตามอย่างตั้งใจ (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ความนิยมกางเกงยีนส์ย้อมครามมีสูงมาก ในปีคริสตศักราช 1883 ครามธรรมชาติผลิตไม่ทันต่อความต้องการ ประเทศเยอรมันและฝรั่งเศสจึงทดลองผลิตครามเคมีและสีเคมีอื่น ๆ จนประสบผลสำเร็จนำออกจำหน่ายไปทั่วโลก สีเคมีได้รับความนิยมเพราะใช้งานง่ายและสามารถผลิตได้รวดเร็วกว่าสีธรรมชาติ แต่ผลที่ตามมาคือสุขภาพของผู้ใช้สีเคมีในการย้อมผ้าทรุดโทรมเนื่องจากเกิดการสะสมโลหะหนักในร่างกายสูงจนทำให้เป็นโรคร้ายแรงเช่น มะเร็ง กระแสความสนใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของโลกทำให้ภูมิปัญญาชาวบ้านเรื่องการย้อมผ้าด้วยครามได้รับการรื้อฟื้นและนำมาพัฒนาต่อยอดให้เหมาะสมกับยุคสมัย

“ครามไม่เหมือนกับสีย้อมจากธรรมชาติชนิดอื่น ๆ เพราะครามมีชีวิต ครามแต่ละหม้อหากเราเลี้ยงดี ๆ จะสามารถใช้ย้อมผ้าได้เป็นปี ๆ เราต้องโจกหม้อครามทุกวันเพื่อเลี้ยงครามและต้องคอยสังเกตด้วยว่าหม้อครามยังดีอยู่ไหม ไม่อย่างนั้นหม้อนิลจะหนีหรือที่เรียกว่าหม้อครามตาย ถ้าอาการหนักมาก ๆ น้ำจะเน่าจนต้องเททิ้ง ถ้าวันไหนไม่ได้ย้อมคราม ก็จะต้องโจกครามเช้า เย็นเพื่อให้อากาศเข้าไปในหม้อ” คุณนกเล่าให้คนต่างถิ่นอย่างเราฟังขณะโจกครามด้วยการเอาขันตักน้ำครามสีออกเหลืองทองขึ้นมาแล้วเทกลับลงไปในหม้อครามใหม่

สกลนคร
ครามมีชีวิต ครามแต่ละหม้อหากเราเลี้ยงดี ๆ จะสามารถใช้ย้อมผ้าได้เป็นปี ๆ (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

คุณนกอธิบายว่าการสกัดสีครามจากต้นครามมีหลายขั้นตอนเพราะใบครามสดจะไม่มีสี การที่จะได้สีครามต้องหมักใบครามในน้ำประมาณ 24 ชั่วโมง จากนั้นให้เอาใบครามออกแล้วเอาปูนขาวผสมลงไปในน้ำหมักเพื่อดูดสีเข้าไปในปูน จากนั้นโยกปูนจนกว่าฟองจะเล็กละเอียดและแตกซ่าซึ่งแสดงว่าอิ่มปูนแล้ว ปูนที่ตกตะกอนจะดูดสีเข้าไปจนมีสีครามซึ่งจะเรียกว่าเนื้อคราม เมื่อได้เนื้อครามแล้วจึงเอาไปก่อหม้อคราม ที่น่าสนใจก็คือการก่อหม้อครามของแต่ละชุมชนจะมีสูตรลับที่ไม่เหมือนกันและแต่ละบ้านก็จะไม่บอกกัน สูตรที่ใช้กันเป็นมาตรฐานคือ สูตรเนื้อคราม 1 : น้ำด่าง 1 : น้ำมะขามเปียก 1

“ถึงนกจะบอกสูตรการก่อหม้อครามไป แต่การดูแลหม้อครามเป็นเรื่องที่ต้องใช้การสังเกต มันไม่ใช่เรื่องตายตัว บางทีก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย ร้อนไปหรือหนาวไปก็มีผลกับหม้อคราม เราต้องดูแลเอาใจใส่ นกเลี้ยงของนกมาบางทีก็รู้สึกผูกพัน พอมองไปแล้วอ้าววันนี้ดูหมอง ๆ ไป ก็ต้องหาทางแก้ให้นิลกลับมา ”

ว่ากันว่าบางบ้านที่เลี้ยงครามเก่ง ๆ อาจมีการส่งต่อหม้อครามจากรุ่นสู่รุ่นโดยที่นิลไม่หนี มีบางบ้านหม้อครามตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยย่าสมัยยายกันเลยทีเดียว

สกลนคร
พวงกุญแจรูปกระสวยขนาดเล็ก บรรจุด้ายย้อมคราม ของที่ระลึกจากสกลนคร (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)
สกลนคร
พวงกุญแจตุ๊กตาผ้าฝ้ายย้อมครามเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสกลนคร (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

“โดยมากเราจะใช้ผ้าฝ้ายในการย้อมครามเพราะสีติดง่าย ผ้าไหมก็ย้อมได้แต่ติดสียากมาก ถ้าเป็นเส้นฝ้ายหรือเส้นไหมก็ต้องไล่ไขมันที่เคลือบเส้นใยออกไปก่อนแล้วจึงนำไปย้อมก่อนที่จะนำไปทอเป็นผืน แต่ถ้าเรามีผ้าผืนหรือเสื้อสีขาวเราก็เอามามัดย้อมเพื่อสร้างลายให้ผ้าของเราก่อน เราสามารถใช้ลูกแก้ว เชือกฟาง หรือใช้การพับแล้วมัดเพื่อสร้างลาย จากนั้นจึงนำไปลงหม้อครามเพื่อย้อม”

คุณนกอธิบายว่าหม้อครามที่จะย้อมต้องโจกก่อนแล้วตักน้ำในหม้อครามไว้ข้างนอกหม้อ 1 ขันเก็บไว้เป็นเชื้อ แล้วจึงนำผ้าลงไปย้อมโดยการขยำผ้าให้ดูดกลืนสีให้อิ่ม หากต้องการผ้าสีเข้มก็ให้ขยำผ้าไว้นานสักหน่อย จากนั้นให้บิดน้ำให้หมาดแล้วเอาผ้าไปพักไว้สักครู่เพื่อให้ครามทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศจะได้เปลี่ยนเป็นสีครามก่อนที่จะเอาไปซักครามส่วนเกินออก

สกลนคร
เรานิยมใช้ผ้าฝ้ายในการย้อมครามเพราะสีติดง่าย ผ้าไหมก็ย้อมได้แต่ติดสียากมาก ถ้าเป็นเส้นฝ้ายหรือเส้นไหมต้องไล่ไขมันที่เคลือบเส้นใยออกไปก่อนแล้วจึงนำไปย้อมก่อนที่จะนำไปทอเป็นผืน (ภาพ/ชูศรี งามประเสริฐ)

ฟังคุณนกพูดก็ดูเหมือนง่าย แต่พอต้องมาคิดว่าจะมัดผ้าอย่างไรเพื่อให้เกิดลาย แต่ละคนในกลุ่มเราก็ยืนมึน คนที่ฝีมือด้านศิลปะติดลบอย่างเราเลือกทำแบบที่ง่ายที่สุดคือเอาผ้าม้วนเชือกฟางแล้วมัดให้แน่นทีเดียวจบ เพื่อนสาวที่ลังเลกับการทำงานฝีมือก็โดนพี่ ๆ เพื่อน ๆ ยุให้ทดลองทำจนในที่สุดก็ทดลองมัดผ้าเพื่อย้อมกันทั้งกลุ่ม

การเอาผ้าลงไปขยำในหม้อครามที่มีน้ำครามสีเหลืองทองแต่มีฟองสีฟ้าเป็นเรื่องท้าทาย ถึงแม้คุณนกจะมีถุงมือให้ใส่แต่สาว ๆ ก็เกรงว่ามือจะดำเลยส่งน้อง ๆ หนุ่ม ๆ ในกลุ่มเป็นทัพหน้าขยำผ้าในหม้อคราม ในจังหวะที่น้องเขาขยำผ้ากลิ่นครามเย็น ๆ ส่งกลิ่นหอมชื่นใจออกมาอ่อน ๆ แตกต่างกับกลิ่นฉุนเฉียวของสีเคมีที่เห็นกันดาษดื่นในท้องตลาด

ผ้าเช็ดหน้าย้อมครามผืนน้อยที่พักไว้เริ่มกลายเป็นสีคราม เราเอาผ้าผืนน้อยไปซักเอาครามส่วนเกินออกจากผ้าแล้วนำไปตาก ความภาคภูมิใจที่ได้ย้อมผ้าด้วยมือทำให้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยเป็นเหมือนถ้วยรางวัลที่จะนำไปอวดคนที่บ้าน

การย้อมผ้าครามด้วยตัวเองทำให้การไปเดินถนนผ้าครามแตกต่างจากการไปเดินถนนคนเดินอื่น ๆ ถึงแม้นร้านส่วนใหญ่จะขายสินค้าที่ย้อมจากครามจนดูเหมือนถนนทั้งสายกลายเป็นสีฟ้า แต่เรารู้สึกว่าทุกเส้นใยของผ้าสีครามดูงดงามกว่าเคย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ ผ้านุ่ง ผ้าเบี่ยง ผ้าเช็ดหน้า กระโปรง กางเกง กระเป๋า รองเท้า หรือที่ติดผมล้วนดูสวยงาม น่ารักเพราะเปี่ยมไปด้วยความขยัน ความผูกพันและความใส่ใจของคนย้อมครามกับหม้อคราม

ถนนผ้าครามเมืองสกลนคร

หากต้องการเลือกชมผลิตภัณฑ์ผ้าครามงาม ๆ สามารถไปเยี่ยมชมได้ที่ถนนผ้าครามซึ่งจัดทุกวันเสาร์ อาทิตย์บริเวณถนนหน้าวัดพระธาตุเชิงชุมในช่วง 15.00-20.00 น. คุณนกจากเฮือนนางครามจะแต่งตัวด้วยชุดผ้าครามสวย ๆ แบกหาบผ้าครามไปให้นักท่องเที่ยวได้เลือกเป็นของฝากกลับบ้าน นอกจากนี้คุณนกยังสร้างสีสันให้ผู้มาเที่ยวชมสินค้าในถนนผ้าครามได้ทดลองนุ่งผ้าครามสวย ๆ เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับพระธาตุเชิงชุมและถนนผ้าครามอีกด้วย