เชียงราย – ดำดิ่งลงไปในโพรงกระต่าย

เราไม่รู้ว่าคนออกแบบอุโมงค์ทางเข้า “หอฝิ่น” ชอบดูดกัญชา หรือเป็นแฟนหนังสือ “Alice in the Wonderland” หรือเป็นทั้ง 2 อย่าง เขาออกแบบอุโมงค์ทางเข้าได้มืดและหลอนมาก ได้อารมณ์ down to the rabbit hole มาก คล้าย ๆ กับเวลาอลิซกำลังตกลงไปในโพรงกระต่าย

0
179
สามเหลี่ยมทองคำ
เชียงแสน – อุโมงค์ทางเข้าหอฝิ่น ตกแต่งด้วยประติมากรรมนูนสูงริมกำแพง ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ นักออกแบบอุโมงค์ต้องการให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ อารมณ์และความสึกเจ็บปวดของคนติดฝิ่น (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

โรงแรมอิมพีเรียล โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล รีสอร์ท ตั้งอยู่ใกล้ปากแม่น้ำรวก พรมแดนธรรมชาติที่กั้นประเทศเมียนมาร์กับประเทศไทย โรงแรมน่าจะสร้างมาหลายปี ข้อดีของโรงแรมที่สร้างมานานคือ ห้องพักมีขนาดใหญ่ เมื่อมองจากระเบียงห้องที่ผมพักจะเห็นสบรวก จุดที่ถูกปักหมุดให้เป็นสามเหลี่ยมทองคำ โรงแรมมีนักท่องเที่ยวจีนนิยมเข้าพักประจำ บางคืนจะพากันออกมาจุดโคม “ยี่เปง” ปล่อยหน้าโรงแรม สนุกสนานกันใหญ่ ข้อด้อยของโรงแรมนี้คืออาหารเช้า มีให้เลือกน้อยเกินไป

ผมได้ผัดซีอิ๊วกับกาแฟดำเป็นอาหารเช้า ยอมแพ้การต่อคิวยาวกับนักท่องเที่ยวจีนเพื่อรอไข่ดาว รสชาติของผัดซีอิ๊วไม่เท่าไร แต่วิวที่ร้านอาหารของอิมพีเรียล โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล รีสอร์ทนี้มีมูลค่าระดับร้อยล้านบาท ระเบียงร้านอาหารหันหน้าเข้าหาส่วนโค้งที่สวยที่สุดแม่น้ำโขง สายน้ำขนาดใหญ่เกิดบนที่ราบสูงในธิเบต ไหลลงใต้ผ่านเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีนจนถึงเมืองเชียงรุ้ง ใต้สุดของมณฑลยูนนาน จากนั้นจะลัดเลาะลงมาตามแนวตะเข็บของรัฐฉานของเมียนมาร์และจังหวัดหลวงน้ำทาของประเทศลาว ก่อนที่แม่น้ำโขงจะไหลมาเจอกับแม่น้ำรวกที่เชียงแสน แล้วหักมุมไหลไปทางซ้ายไปสู่ห้วยทรายและเชียงของ จากระเบียงร้านอาหารผมมองเห็นบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ที่ตั้งในประเทศเมียนมาร์และลาว บ่อนขนาดใหญ่และทันสมัยกลายเป็นสิ่งเสพติดใหม่ที่คนจีนนำเข้ามาสู่ดินสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อหาเงินจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการเสี่ยงโชคกับการพนัน

สามเหลี่ยมทองคำ
เชียงแสน – วิวทิวทัศน์ฝั่งประเทศลาวมองเห็นได้จากริมแม่น้ำโขงด้านอำเภอเชียงแสน โดมหลังคาสีทองคือส่วนหนึ่งของ “เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ” รัฐบาลลาวร่วมลงทุนและปล่อยพื้นที่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร ให้กลุ่มนักธุรกิจจีนบนเกาะฮ่องกงเช่า นานถึง 99 ปี เพื่อสร้างแหล่งบันเทิง บ่อนการพนัน อาบอบนวด ดักรอนักท่องเที่ยว (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

“เราจะเดินทางไปหอฝิ่นตอน 8 โมง เช้านะคะ” ฝน เพื่อนร่วมทางสาวสวยเตือนว่า พวกเราจะไม่ข้ามไปเสี่ยงในคาสิโนในฝั่งเมียนมาร์หรือลาว แต่ยังอยู่กับฝิ่น สิ่งเสพติดตัวเก่าที่สร้างชื่อให้สามเหลี่ยมทองคำเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

หอฝิ่น หรือชื่อเต็ม ๆ คือ “หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ” ตั้งอยู่ที่บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย อยู่ใกล้ ๆ กับโรงแรมอิมพีเรียล โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล รีสอร์ท หอฝิ่นก่อสร้างบนพื้นที่ 250 ไร่ อยู่ระหว่างเชิงเขากับแม่น้ำรวก ผมเคยเดินทางมาครั้งที่หอฝิ่นเปิดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2548 แม้เวลาจะห่างกับครั้งนี้ถึง 13 ปี ภาพของอุโมงค์ทางเข้ายังคงติดตาอยู่ทุกวันนี้

หอฝิ่น
เชียงแสน – “หอฝิ่น” นำตะกร้าสานที่ใช้เป็นต่าง (ภาชนะมีคานพาดบนหลังม้าให้ห้อยลงมาทั้งสองข้าง) มาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวเห็นวิธีการขนย้ายฝิ่นในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำในอดีต (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

หอฝิ่นสร้างตามพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงมหันตภัยของสารเสพติด “แอลคะลอยด์” (Alkaloid) ที่อยู่ในยางฝิ่น

คนออกแบบหอฝิ่นได้เจาะเขา สร้างอุโมงค์ทางเดินยาว ๆ ผนังของทางเดินในอุโมงค์มีรูปประติมากรรมนูนสูง คนหน้าตาบูดเบี้ยว เกิดจากพิษของของฝิ่น ทุกข์ทรมานเมื่ออยากยา

ผมไม่เคยดูดฝิ่นจึงไม่รู้ว่าเมื่ออยากฝิ่นหรือเมาฝิ่นโลกมันจะบิด ๆ เบี้ยว ๆ หน้าตาเหยเกเหมือนรูปประติมากรรมไหม ผมเคยดูดแต่กัญชา เวลาเมาสุด ๆ จะรู้สึกหลอน ๆ เหมือนถูกดูดลงไปในท่อยาว ๆ อารมณ์เดียวกับที่ฝรั่งบอกว่า “down to the rabbit hole” คล้าย ๆ กับเวลาอลิซกำลังตกลงไปในโพรงกระต่าย ที่เขียนไว้ในหนังสือ “Alice in the Wonderland” ผมไม่รู้ว่าคนออกแบบอุโมงค์ชอบดูดกัญชา หรือว่าเป็นแฟนหนังสือ “Alice in the Wonderland” เขาออกแบบอุโมงค์ทางเข้าหอฝิ่นได้มืดและหลอนมาก

หอฝิ่น
เชียงแสน – นักท่องเที่ยวเดินดูนิทรรศการในหอฝิ่น แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่ฝิ่นเข้ามามีบทบาทกับสังคมไทยในอดีต ครั้งนี้การสูบฝิ่นไม่ผิดกฏหมาย มีการเก็บภาษีจากโรงฝิ่น (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

การสร้างหอฝิ่นใช้เวลา 6 ปีแรกรวบรวมข้อมูลจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากสถานที่จริง เมื่อเจ้าหน้าที่ปลอมตัวเข้าไปซื้อฝิ่นดิบจากชนกลุ่มน้อยในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ใช้เวลาอีก 6 ปีในการออกแบบและก่อสร้าง หอฝิ่นมีเรื่องราวทุกอย่างที่เราอยากรู้เกี่ยวกับฝิ่น ตั้งแต่ความหลากหลายของพืชวงศ์ฝิ่น (Papaveraceae) การปลูก ความเชื่อและมายาคติเกี่ยวกับฝิ่น สงครามฝิ่น ที่หักมุมมากมายหลายมิติ

ครั้งหนึ่งคนเชื่อว่ายางดำๆ ของฝิ่นดิบเป็นยารักษาสารพัดโรค ฝิ่นเคยเป็นสินค้าส่งออกของอังกฤษ สุภาพบุรุษชาวอังกฤษปลูกฝิ่นในอินเดียก่อนนำฝิ่นดิบใส่เรือมาขายในจีน ชาวจีนตั้งแต่กุลีถึงขุนนางติดฝิ่นกันงอมแงม ทำให้เกิด “สงครามฝิ่น” ก่อนจบลงด้วยการที่จีนสูญเสียอธิปไตยของเกาะฮ่องกง

จักรพรรดิมาร์กุส เอาเรลิอุส ของอาณาจักรโรมันใช้ฝิ่นเพื่อการบำบัด สุดท้ายก็ติดฝิ่นจนตาย ในประวัติศาสตร์คนที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Charles Dickens นักเขียนชาวอังกฤษ ผู้สร้างตัวละครเด็กกำพร้า “โอลิเวอร์ ทวิสต์”  จนโด่งดังเป็นขวัญใจคนทั่วโลก หรือ Florence Nightingale ผู้เป็นตำนานของงานพยาบาล แม้แต่ Kurt Cobain เจ้าของเพลง “All Apologies” ต่างมีชีวิตพัวพันกับฝิ่น ในมิติที่ต่างกัน

เราเดินทางออกจากเชียงแสนก่อนเที่ยง หันหลังให้หอฝิ่นและคาสิโน บ่ายหน้าไปทางใต้ตามแม่น้ำโขงไปสู่อำเภอเชียงคาน อำเภอชายแดนของไทยที่อยู่ตรงข้ามกับแขวงบ่อแก้วของลาว

ถนนเลียบแม่น้ำโขง จากอำเภอเชียงแสนไปอำเภอเชียงของ เงียบสงบในช่วงเที่ยง อากาศร้อนแผ่ปกคลุมเทือกเขาสองข้างทางมองเห็นทิวไร่ข้าวโพด แปลงผักที่ชาวบ้านปลูกไว้ริมโขง เห็นแม่น้ำโขงสีขุ่นค่อย ๆ ไหลลงใต้ บางครั้งเราเห็นเรือไม้ลำยาวของลาวกำลังขนสินค้าและผู้โดยสาร ล่องลงไปยังเมืองที่อยู่ปลายน้ำ จริง ๆ แล้วตลอดช่วงที่ทำงานผมไม่เคยเดินทางผ่านมาทางนี้เลย ผมจึงรู้สึกตื่นตากับวิวทิวทัศน์ สวยแบบธรรมชาติ จนรู้สึกอิจฉาคนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ไม่รู้ว่าคนแถวนี้มีความสุขกับแม่น้ำโขงที่เห็นอยู่ทุกวันหรือเปล่า หรือว่าคิดถึงการนอนห้องแอร์อาบน้ำอุ่นเหมือนคนในเมืองใหญ่

เที่ยงที่ไร่แสงอรุณ

ไร่แสงอรุณ
เชียงของ – นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับการถ่ายรูปที่ไร่แสงอรุณ ทุ่งนาผืนใหญ่ริมแม่น้ำโขง ที่ปรับแต่งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

ไร่แสงอรุณเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ทุ่งนาผืนใหญ่ริมแม่น้ำโขงคือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องการปลีกตัวจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ได้สัมผัสกับความบริสุทธิ์ของวิถีชีวิตแบบชนบท แต่ยังต้องการความสะดวกสบายของเมืองใหญ่ นักเดินทางที่ผ่านมาทางนี้สามารถเข้าพักในเรือนพักขนาดเล็ก ตัวเรือนทำจากไม้ หลังคามุงหญ้าแห้ง สวยงามตามแบบ rustic beauty เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน อินเตอร์เน็ต ห้องแอร์ กาแฟสด น้ำอุ่น ไร่แสงอรุณคือความโรแมนติคที่สัมผัสได้ อย่างน้อยก็ชั่วขณะหนึ่ง ในช่วงวันหยุด น่าเสียดายที่เราไม่ได้พักค้างแรมที่ไร่แสงอรุณ ทำได้แค่แวะกินอาหารมื้อกลางวันและถ่ายรูปทุ่งนากับสะพานไม้ อาหารทุกจานที่ไร่แสงอรุณปรุงจากผักออร์แกนิกปลูกริมแม่น้ำโขง รสชาติหวานกรอบ ที่นี่อาหารรสชาติจัดจ้านกว่าอาหารล้านนาทั่ว ๆ ไป ผมชอบยำมะเขือยาว น้ำพริกหนุ่ม และปลาเนื้ออ่อนตัวเล็ก ๆ ทอดกรอบ แกล้มเบียร์สิงห์ อร่อยถูกใจ ถ้าไม่ติดว่าเรามีนัดกับสาวไทลื้อ เราคงได้พักที่ไร่แสงอรุณแน่นอน

เรื่องในมุ้งของไทลื้อ

ผมมีเพื่อนเป็นคนไทลื้อหลายคน บางคนมาจากอำเภอทุ่งช้าง อำเภอปัวในจังหวัดน่าน บางคนมาจากอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ลื้อมีลักษณะเด่นที่ภาษา แม้นว่าจะพูดเหมือนภาษาไทยยวนหรือภาษาคำเมือง แต่สำเนียงไม่เหมือนเสียทั้งหมด ลื้อใช้เสียงสระ “เออ” แทนสระ “เอือ”  เช่น “ใส่เสอสีเหลอง” (ใส่เสื้อสีเหลือง) “ไปตางเหนอ” (ไปทางเหนือ) “กิ๋นตำบะเขอ” (กินตำมะเขือ)  ผู้หญิงไทลื้อนุ่งซิ่นก่าน หรือซิ่นลายขวาง ใส่เสื้อป้ายคาดอก โพกหัวด้วยผ้าขาว อย่างไรก็ตามคนไทลื้อที่บ้านศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงใหม่ ไม่เหมือนลื้อที่ผมรู้จัก โดยเฉพาะเรื่องในมุ้ง

ไทลื้อ
เชียงของ – มุ้งสีดำของไทลื้อบ้านศรีดอนชัย จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ไทลื้อ (ลื้อลายคำ) (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

“สมัยก่อนบ้านไทลื้อมีห้องโถงใหญ่อยู่ในเรือนเพียงห้องเดียว ในตอนกลางคืนทุกคนจะนอนรวมกันหมดในห้องโถงเพราะกลัวเสือมาคาบเข้าป่า การที่มีคนหลายคน ทั้งแต่งงานแล้ว ทั้งวัยรุ่น คนเฒ่ามาอยู่ห้องเดียวกัน ลื้อจำเป็นต้องใช้มุ้งสีดำเพื่อความเป็นส่วนตัว” เสาวลักษณ์ วงศ์ชัย สาวไทลื้อ ผู้ร่วมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ไทลื้อ (ลื้อลายคำ) เฉลย “ปริศนามุ้งดำ” ด้วยท่าทีเขิน ๆ เพราะเธอก็เคยนอนมุ้งดำเหมือนกัน “พวกเราเพิ่งเลิกใช้มุ้งดำประมาณ 20 ปีที่แล้ว สมัยก่อนเมื่อถึงหน้าหนาวลื้อศรีดอนชัยต้องพากันหอบมุ้งดำไปซักที่ริมแม่น้ำอิง”

มุ้งดำทอด้วยผ้าฝ้ายตาถี่ยิบ ย้อมด้วยยางมะเกลือ รับรองได้ว่าปกปิดเรื่องในมุ้งได้เป็นอย่างดี

พิพิธภัณฑ์ไทลื้อ (ลื้อลายคำ) อยู่ในบ้านไม้ 2 ชั้น เจ้าของใช้เป็นที่สะสมผ้าไทลื้อ รวมทั้งของใช้ในชีวิตประจำวันของไทลื้อสมัยก่อน ด้านล่างของพิพิธภัณฑ์เล่าประวัติการเดินทางในช่วง 120 ปีของลื้อบ้านศรีดอนชัยที่เริ่มย้ายถิ่นมาจากเมืองอูเหนือ ทางตอนเหนือของประเทศลาว ก่อนที่จะพากันข้ามแม่น้ำโขงมาอยู่ที่เชียงของ ด้านบนเป็นเสื้อผ้าที่ สุริยา วงศ์ชัย น้องชายของเสาวลักษณ์ เก็บสะสมไว้ตั้งแต่วัยหนุ่ม

“ไทลื้อจะเหมือนคนจีนอยู่อย่างหนึ่ง เวลาลูกสาวแต่งงานต้องหอบ “โก๋ย” กระบุงใส่ผ้าทอสีขาวกับสีดำติดมือมาจากบ้านแม่ เพื่อเก็บมาทำเสื้อผ้าให้สามีกับลูกใช้” เสาวลักษณ์ เล่าให้ฟังเรื่องสาวลื้อออกเรือน ในสังคมของลื้อผ้าคือสมบัติ สามารถบ่งบอกฐานะและความน่านับถือของแต่ละบ้าน

“ถ้าคนบ้านไหนไม่มีผ้าใหม่ใส่ทุกปีแสดงว่าเป็นคนขี้เกียจ ไม่ขยันปลูกฝ้ายเก็บไว้ทอผ้า คนไทลื้อจะทอผ้าใช้เองหมดทุกชิ้น ตั้งแต่ผ้านุ่ง เสื้อ ผ้าโพกหัว แต่ถ้าแม่คนไหนมีลูกเยอะ ลูก ๆ อาจจะต้องรอถึง 2 ปีถึงจะได้ใส่เสื้อใหม่”

พิพิธภัณฑ์ไทลื้อ (ลื้อลายคำ) เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าและนักสะสมผ้าโบราณคนสำคัญ แวะเวียนมาดูผ้าไทลื้อเสมอ ไทลื้อเล่าเรื่องต่าง ๆ ของตนลงบนผืนผ้า ทุกวันนี้การทอผ้าของไทลื้อได้รับการฟื้นฟู คนที่เคยไปทำงานที่กรุงเทพเริ่มกลับมาอยู่บ้านหัดทอผ้า ทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าทอ นำวัฒนธรรมไทลื้อมาจัดแสดงต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

“เมื่อก่อนไทลื้อไปไหนก็จะคุยกันเสียงเบา ๆ เราเป็นไทลื้อพูดอะไรออกไปเขาก็หัวเราะ วันนี้เราภาคภูมิใจกับความเป็นลื้อ เรานำวัฒนธรรมไปต่อยอด จัดงานขันโตกอาหารไทลื้อ ขายผ้าทอของไทลื้อ”

– เสาวลักษณ์ วงศ์ชัย สาวไทลื้อ ผู้ร่วมก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ไทลื้อ (ลื้อลายคำ)

แม่น้ำโขงมีความยาวทั้งหมดเกือบ 5000 กิโลเมตร ตั้งต้นจากเทือกเขาหิมาลัยแล้วไหลลงทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม ช่วงแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีน มีชื่อเรียกว่าแม่น้ำ “ลานชาง” จนกระทั่งถึงเมืองเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองชนชาติไท สิบสองปันนา ถึงได้อีกชื่อว่าแม่น้ำโขง เฉพาะช่วงที่ไหลจากเมืองเชียงรุ้งถึงเมืองเชียงของ ผ่านเมียนมาร์ ไทย และลาว แม่น้ำโขงไหลผ่านอาณาจักรไทโบราณ เช่น หอคำเชียงรุ่ง เชียงตุง เมืองสิงห์ เมืองอู เมืองหล้า ถือเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมเผ่าไท แม้ว่าปัจจุบันอาณาจักรได้ล่มสลายไปกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่อิทธิพลทางศิลปวัฒธรรมยังมีให้เห็น เช่น ที่หมู่บ้านไทลื้อในอำเภอเชียงของและอำเภอเชียงคำ คนย้ายถิ่นมาจากเมืองอูและเมืองหล้า

เราออกเดินทางลงใต้ ข้ามแม่น้ำอิง แม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 1155 ผ่านบ้านหล่ายงาว เขตอำเภอเวียงแก่น ความเข้มข้นของวัฒนธรรมล้านนาเริ่มเด่นชัด ป้ายหมู่บ้านมี 2 ภาษา คือเขียนด้วยตัวหนังสือเมืองและไทย  เริ่มเห็นซุ้มไก่ชนเป็นระยะ ๆ วิวทิวทัศน์เป็นวิถีชนบท มีไร่ นา สวนยาสูบ ถั่ว ให้เห็นตลอดทาง ก่อนที่เราจะหันหลังให้แม่น้ำโขงชั่วคราว แก่งผาไดเป็นจุดสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวมองเห็นแม่น้ำโขงจากฝั่งไทย ก่อนที่แม่น้ำจะไหลเข้าไปในประเทศลาว ผ่านปากแบ่ง แล้วเลี้ยวซ้ายหักศอก มุ่งตรงไปเมืองหลวงพระบาง จากจุดนี้อิทธิพลของศิลปวัฒนธรรมก็จะเปลี่ยนจากกลุ่มไทไปเป็นลาวหลวงพระบาง แม่น้ำทิ้งอาณาจักรล้านนาไว้ข้างหลังมุ่งสู่อาณาจักรล้านช้าง ไหมจะเข้ามาแทนฝ้าย แจ่วขึ้นสำรับแทนน้ำพริกหนุ่ม

วิหคพลัดถิ่น

ดอยผาตั้ง
เวียงแก่น – ป้ายบอกทางริมทางเดินขึ้นไปจุดชมพระอาทิตย์ตกดินบนดอยตั้ง เขียนด้วยอักษรจีนและอักษรไทย บริเวณผาตั้งมีชุมชนคนไทยเชื้อสายจีน อดีตแนวร่วมพรรคก๊ก มิน ตั๋ง (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

วิวทิวทัศน์ของอำเภอเวียงแก่นเริ่มเปลี่ยนจากทุ่งนาเป็นดอยสูง เมื่อเราเลี้ยวขวาจากทางหลวงชนบทหมายเลข 1155 เข้าหมายเลข 4029 รถค่อย ๆ ไต่ไปตามเส้นทางที่สูงชันและคดเคี้ยว บางช่วงสามารถมองเห็นฟ้าเปิดกว้าง ท้องฟ้าต้นฤดูหนาวสีฟ้าใส มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน แยกไม่ออกว่าตรงไหนเป็นแผ่นดินลาวหรือแผ่นดินไทย ในอดีตม้ง อาข่า หรือแม้แต่ไทลื้อเดินข้ามเทือกเขาเหมือนไทยกับลาวเป็นแผ่นดินเดียวกัน วันนี้พวกเขาหยุดใช้ชีวิตแบบร่อนเร่ ตั้งรกรากอยู่กับที่ เรานั่งรถผ่านหมู่บ้านชาวม้งที่ปลูกบ้านอยู่ริมถนน ชาวเขาสองสามคนกำลังนั่งคุยกัน โดยไม่ได้แสดงอาการตื่นเต้นหรือโบกมือทักทายพวกเรา

ดอยผาตั้ง
เวียงแก่น – นักท่องเที่ยวขี่ม้า ขึ้นยอดดอยผาตั้งเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

นักท่องเที่ยวไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับชาวเขาที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ทุก ๆ ปีในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาพักผ่อนบนดอยในอำเภอเวียงแก่น เพื่อสัมผัสอากาศหนาวและชมทะเลหมอกยามเช้า หรือดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ดอยผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ผาหม่น ผาบ่อง ภูชี้ดาว และภูชี้เดือน เรามองเห็นรีสอร์ทเปิดรับนักท่องเที่ยวเป็นระยะ ๆ เมื่อเข้าใกล้บริเวณดอยผาตั้ง ป้ายหมู่บ้านทำขึ้น 2 ภาษา ไทย จีน ร้านอาหารหลายร้านติดป้ายโฆษณาขายสุกี้ยูนนานรสเด็ดใส่พริกไทเสฉวน (หม่าล่า) ขาหมูหมั่นโถว เห็นแล้วคิดชุมชนจีนขนาดใหญ่บนดอยแม่สลอง จริง ๆ แล้วชุมชนจีนที่ดอยผาตั้งเป็นกลุ่มเดียวกับจีนดอยแม่สลอง พวกเขาเป็นอดีตแนวร่วมพรรคก๊ก มิน ตั๋ง ที่หนีกองทัพจีนคอมมิวนิสต์จากยูนนานมาเป็นนกพลัดถิ่นบนแผ่นดินไทย ปัจจุบันได้รับสัญชาติไทยหมดแล้ว แต่ยังไม่ทิ้งวิถีของจีน นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาทางดอยผาตั้งต่างติดใจอาหารจีนรสชาติเผ็ดร้อนแบบยูนนานและเสฉวน นอกจากนี้ยังมีหมูน้ำค้างซึ่งปีหนึ่งจะทำแค่ครั้งเดียว

“ลองชิมไวน์แดงก่อนคะ ไม่ซื้อไม่เป็นไร” แม่ค้าคนไทย เชื้อสายจีนยูนนาน เชื้อเชิญให้พวกเราชิมไวน์แดงทำจากผลไม้ ที่ปากทางเดินขึ้นดอยผาตั้ง

เมื่อได้เจอของชอบเราก็ไม่อยากขัดศรัทธาแม่ค้า พากันนั่งกันเต็มหน้าร้านเพื่อชิมไวน์ขนานต่าง ๆ ตั้งแต่รสหวานกินง่ายไร้บอดี้ ถึงรสชาติเต็มกลืน ด้วยความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ ทำเอาเราเกือบลืมว่าต้องขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกที่ยอดดอยผาตั้ง


นักย้อมผ้าสมัครเล่นผ่านขั้นตอน มัด-ย้อม-ล้าง ด้วยความทุลักทุเล สุดท้ายพวกเราได้เสื้อมัดย้อมเป็นของตัวเอง หลังจากผ่านความระทึกกับคามฉงนสนเท่ห์ ทุก ๆ ครั้งที่มีคนแก้มัด คลี่เสื้อออกมาโชว์ลายผ้าย้อม เราจะได้ยินเสียงโห่ฮา สนุกสนาน คนย้อมเองก็งงไปประมาณ 30 วินาที ไม่รู้ว่าตัวเองมาถึงจุดนี้มาอย่างไร

<< เที่ยวเชียงราย วันที่สาม: ลงเขาไปหัดย้อมผ้า


พูดกันว่าช่วงระยะเวลาหนึ่งปี คนเราควรจะได้มีโอกาสได้นั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติและมิติของกาลเวลา การนั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกทำให้เราได้ออกจากบ้าน ได้เดินทางท่องเที่ยว การนั่งรอพระอาทิตย์ทำให้จังหวะชีวิตเราช้าลงหลายก้าว ได้มองเห็นธรรมชาติรอบ ๆ ตัวเรา รู้สึกรักและต้องการรักษาความสวยงามไว้ให้คนอื่น ๆ ได้มาชื่นชม นี่ยังไม่รวมถึงความโรแมนติคถ้าหากเรานั่งดูพระอาทิตย์กับคนรัก  แต่น่าเสียดายคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาดูพระอาทิตย์ตกหรือพระอาทิตย์ขึ้น แม้พระอาทิตย์จะตกและขึ้นทุกวัน ดังนั้นฤดูหนาวปีนี้ไม่ควรพลาดโอกาส ดอยผาตั้งเป็นจุดที่ดูได้ทั้งพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น ยอดดอยอยู่ไม่สูงมาก นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้สบาย ๆ หรือเลือกนั่งม้าขึ้นไปก็ได้

ดอยผาตั้ง
เวียงแก่น – กุหลาบพันปีสีขาว (White Azalea) พบเห็นได้ที่ริมทางเดินขึ้นจุดชมพระอาทิตย์ตก ยอดดอยผาตั้ง (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

ผมเลือกเดินขึ้นยอดดอยผาตั้งแทนการนั่งม้า การย่ำไปตามทางเดินแคบ ๆ ด้วยเท้าที่ละก้าวช่วยให้เราได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สองข้างทางมีดอกไม้ป่าหลายชนิด ขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง บางดอกสีขาวมีขนาดเท่าเม็ดกระดุม ชูช่อออกมาโต้ลมหนาว แสงแดดของฤดูหนาวในยามเย็นนั้นอบอุ่นและสวยงาม เชิญชวนให้นั่งอาบแดดจนสิ้นแสงสุดท้าย เราขึ้นมาถึงยอดดอยผาตั้งตอนประมาณ 45 นาทีก่อนพระอาทิตย์ตก วิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา มองเห็นความสวยงามได้รอบตัว ขอบฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดง พระอาทิตย์กำลังจะลับยอดดอยด้านฝั่งประเทศไทย

นักท่องเที่ยวบางคนนั่งถ่ายรูปเซลฟี่ บางคนนั่งอยู่บนม้าให้เพื่อนช่วยถ่ายรูปให้ หลายคนไม่สนใจถ่ายรูปตัวเอง ตั้งใจเก็บภาพพระอาทิตย์กำลังตกดิน ผมไม่ได้จริงจังกับการถ่ายรูปมากนัก ปืนขึ้นมาบนยอดดอยเพื่อนั่งดูเวลา ดูพระอาทิตย์กำลังตกดินด้วยตาเปล่าแล้วเก็บใส่สมองเป็นความทรงจำ แทนการบันทึกความสวยงามเป็นดิจิทัลบิท หลังจากได้ที่นั่งบนกองหิน

เวียงแก่น – คนไทยเชื้อสายจีน อดีตแนวร่วมพรรคก๊ก มิน ตั๋ง มีรายได้จากการจูงม้าให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการขี่ม้าขึ้นยอดดอยผาตั้งเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

ผมนั่งชิว ๆ ชื่นชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดิน พยายามอยู่กับปัจจุบัน เปิดสัมผัสทุกส่วนให้คุยกับธรรมชาติ ฟังเสียงลมหนาวแรกของปีที่พัดมาจากเมืองจีน ผ่านทิวเขาที่สลับซับซ้อนของสามเหลี่ยมทองคำ ก่อนมากระทบกับใบหน้าบนดอยผาตั้ง เมื่อสูดลมหายใจลึก ๆ จะได้กลิ่นดินกลิ่นหญ้าแห้งในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากผมไม่ใช่เวลา ผมไม่สามารถกลืนกินพระอาทิตย์เข้าไปได้ จึงไม่สามารถสัมผัสรสชาติของพระอาทิตย์ยามอัสดงได้ ทำได้ใกล้เคียงที่สุดคือคว้าเบียร์กระป๋องที่ซุกอยู่ในเป้ออกมาดื่มเพื่อให้ครบทุกสัมผัส

แม่น้ำโขง
เวียงแก่น – แม่น้ำโขงไหลลับไปในหุบเขาของประเทศลาว มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงพระบาง อดีตเมืองพระนครของอาณาจักรล้านช้าง จากจุดนี้วัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงจะเริ่มเปลี่ยนจากล้านนาเป็นล้านช้าง ภาษาลาวจะถูกใช้บ่อยกว่าภาษาไต ปลาร้าจะแทนน้ำปู ผู้หญิงจะสวมผ้านุ่งสั้นขึ้น และไหมจะได้รับความนิยมกว่าฝ้าย (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

“ลาก่อนพระอาทิตย์ เจอกันพรุ่งนี้ที่ภูชี้ดาว” ผมบอกลาพระอาทิตย์ ก่อนเดินลงเขาไปที่พัก พรุ่งนี้เราจะขึ้นภูชี้ดาว ไปดูจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกแห่งใหม่ของเชียงราย


เดินทางย้อนรอยสามเหลี่ยมทองคำ

เชียงราย วันแรก – ย้อนรอยสามเหลี่ยมทองคำ
เชียงราย วันที่สาม – ลงเขาไปหัดย้อมผ้า

กิน

มื้อเที่ยง ไร่แสงอรุณ อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
มื้อเย็น ดาวล้อมเดือนรีสอร์ท ผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

นอน

ดาวล้อมเดือนรีสอร์ท ผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

เที่ยว
ทริปนี้เราเดินทางด้วยรถตู้ จำนวน 2 คัน เพราะมีเพื่อนร่วมทางจำนวนมาก จริง ๆ แล้วการขับรถเที่ยวเองเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทาง บริษัทรถเช่า อาทิ Avis (www.avisthailand.com) และ Hertz (www.hertz.co.th) มีรถให้นักท่องเที่ยวเช่าขับเอง สามารถจองรถได้ทางเว็บไซต์และรับรถได้ที่สนามบินเชียงราย อย่าลืมว่าในวันที่ไปรับรถต้องนำใบขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุของคนขับรถไปแสดงด้วยไม่อย่างนั้นจะรับรถไม่ได้ ในการขับรถเที่ยวต่างจังหวัดที่ไม่คุ้นเคย เมื่อน้ำมันลดลงเหลือครึ่งถัง ให้คนขับมองหาปั๊มน้ำมันเพื่อเติมน้ำมันให้เต็มก่อนออกเดินทางสู่จุดหมาย