ปอยส่างลอง สีสันฤดูร้อนกลางหุบเขา

นักท่องเที่ยวที่พลาดงานปอยส่างลองปีที่ผ่านมา ปีนี้เตรียมตัวให้พร้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดงานปอยส่างลองวันที่ 29-31 มีนาคมนี้ ที่บ้านผาบ่อง นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปถึงจะได้พบกับสีสันตระการตาในงานบุญใหญ่ของชาวล้านนา

0
128
ปอยส่างลอง

ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน จังหวัดแม่ฮ่องสอนจัดงานปอยส่างลอง เพื่อบรรพชาหมู่สามเณร เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ศึกษาพระธรรม และได้ใกล้ชิดพุทธศาสนามากขึ้น ปอยส่างลองเป็นประเพณีของชาวไทใหญ่ รวบรวมความโดดเด่นทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์ุไว้ครบ ซึ่งนับวันจะหาดูได้ยากแล้ว ปีนี้แม่ฮ่องสอนจัดงานปอยส่างลอง วันที่ 29 – 31 มีนาคม ที่บ้านผาบ่อง หมู่บ้านที่มีวัฒนธรรมโดดเด่น นักเดินทางที่ต้องการชื่นชมงานปอยส่างลองควรเริ่มวางแผนได้แล้ว เมืองเล็กของไทใหญ่เตรียมเปิดหุบเขาสร้างสีสันในช่วงฤดูร้อน

“ปอยส่างลอง” เป็นภาษาไทใหญ่ เกิดจากคำ 3 คำ คือ คำว่า “ปอย” แปลว่า “งาน” คำว่า “ส่าง” มาจากคำว่า “เจ้าส่าง” หมายถึงสามเณร ส่วนคำว่า “ลอง” มาจากคำว่า “อลอง” แปลว่า พระโพธิสัตว์ หรือหน่อพุทธางกูร ดังนั้นงาน “ปอยส่างลอง” ก็คือประเพณีการบวชเณรเพื่อสืบทอดพุทธศาสนา

ปอยส่างลองเป็นงานประเพณีที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายไต หรือไทใหญ่ที่ศรัทธาพระพุทธศาสนา ในงานเต็มเปี่ยมด้วยสีสันที่เป็นอัตลักษณ์ของไทใหญ่ โดยเฉพาะขบวนแห่ส่างลอง (แห่ครัวหลู่) มีความสวยงามตามแบบประเพณีโบราณของชาวไตอย่างแท้จริง งานประเพณีนี้จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบสัมผัสสีสันต่างวัฒนธรรม แล้วนำภาพถ่ายและบันทึกการเดินทางมาแบ่งปันในเฟสบุ๊ค หรือช่องทางอื่นของโซเชี่ยลมีเดีย

การจัดงานบวชเณรของชาวไทใหญ่ หรือส่างลอง ต้องเตรียมงานกันนานใช้เวลาจัดงาน 3-5 วัน

ปอยส่างลอง
เด็กชายเชื้อสายไทใหญ่โกนหัวเตรียมตัวบรรพชาเป็นสามเณร ในประเพณีปอยส่างลอง ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (ภาพ: จำลอง บุญสอง)

รับส่างลอง

ในตอนเช้าของวันเริ่มงานเจ้าภาพส่างลองจะนำบรรดาเด็กชายไปวัดเพื่อแต่งชุดส่างลองด้วยการนุ่งโจงกระเบนสีสดปล่อยชายด้านหลังยาวจับจีบ คาดด้วยเข็มขัดนากหรือเงิน สวมเสื้อแขนกระบอกโค้งงอน  เสื้อปักฉลุลายดอกไม้สีต่าง ๆ ศีรษะโพกผ้าแพรเกล้ามวยเสียบด้วยดอกไม้ เช่น ดอกเอื้องคำ หรือดอกไม้อื่น ๆ แต่งหน้าส่างลองด้วยการเขียนคิ้ว ทาปากสีแดง  และสวมถุงเท้าสีขาว  ถือเป็นการแต่งตัวอลองเต็มตัว  พระสงฆ์ให้ศีลให้พรและอบรมสั่งสอน

หลังจากเสร็จพิธีรับส่างลองแล้ว “ตะแปส่างลอง” หรือผู้ให้ขี่คอ จะเอาส่างลองขี่คอลงมาจากวัดมาฟ้อนรำบริเวณหน้าวัดเป็นการเฉลิมฉลองและต้อนรับส่างลอง บรรดาพ่อแม่ส่างลองและเหล่าญาติจะโปรยข้าวตอกดอกไม้เป็นการอนุโมทนาสาธุ เป็นภาพที่น่าดูและน่าชื่นชมมาก หลังจากฟ้อนรำฉลองการต้อนรับส่างลองจนเป็นที่พอใจแล้ว  คณะส่างลองจะเคลื่อนขบวนไปยังศาลเจ้าพ่อหลักเมืองหรือศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน ในขณะที่แห่ส่างลองไปตะแปส่างลองจะเต้นไปด้วย ส่างลองจะโยกตัวตามเป็นภาพที่สวยงามยิ่ง และที่โดดเด่นอีกอย่างในขบวนแห่ส่างลองคือ “ทีคำ” (ร่มทองคำ) ที่ใช้กางกั้นบังแดดให้ส่างลอง ซึ่งจะมีจำนวนเท่ากับจำนวนส่างลอง  “ทีคำ” จะใช้กางให้เฉพาะส่างลองกับพระพุทธรูปเท่านั้น

ปอยส่างลอง
ประเพณีปอยส่างลองเป็นประเพณีของชาวไตที่มีความสำคัญ เต็มไปด้วยสีสัน (ภาพ: จำลอง บุญสอง)

จากนั้น “ตะแปส่างลอง” จะนำส่างลองไปนมัสการสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลหลักเมือง เจ้าคณะจังหวัด และญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ในขบวนจะมี “ทีคำ”หรือร่มทองคำกางบังแดดให้ส่างลอง

ในวันแรก บ้านเจ้าภาพส่างลองทุกบ้านจะมีคนมาช่วยกันเตรียมอาหารไว้บริการส่างลอง ตะแปส่างลองและผู้มาร่วมงานทุกคนตลอดทั้งวัน ผู้คนทยอยมาเยี่ยมเจ้าภาพ มาร่วมงาน และมาร่วมทำบุญจำนวนมากมายไปจนถึงช่วงค่ำ  เจ้าภาพจะจัดเตรียมน้ำดื่ม ขนมนมเนย  หมากเมี่ยงบุหรี่มาเลี้ยงดูทุกคน มีกลองมองเซิงมาตั้งไว้ให้บรรเลงกันอย่างสนุกสนานเป็นช่วง ๆ ไป พอตกดึกจะมี  “เฮ็ดกวาม” และบรรเลงกลองมองเซิงสลับกันจนถึงรุ่งเช้า

ปอยส่างลอง
เด็กชายแต่งชุดส่างลอง ด้วยการนุ่งโจงกระเบนสีสดปล่อยชายด้านหลังยาวจับจีบ (ภาพ: จำลอง บุญสอง)

วันข่ามแขก

วันข่ามแขกคือวันรับแขก จัดขึ้นในวันที่สองของงาน โดยมีญาติพี่น้องจากหมู่บ้านอื่นมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน  วันนี้นับว่าเป็นวันสำคัญเพราะจะมีพิธีต่าง ๆ 3 พิธี คือ  พิธีการแห่โคหลู่ (เครื่องไทยธรรม)  การเลี้ยงอาหารส่างลองเต็มรูปแบบ (กับข้าว 12 อย่าง) และทำพิธีเรียกขวัญส่างลอง

วันนี้เจ้าภาพจะต้องเตรียมข้าวปลาอาหารไว้มากกว่าปกติ ญาติที่มาร่วมงานจะผูกข้อมืออวยพรให้อลอง ชื่นชมบารมีของอลอง ช่วยงาน และร่วมงานรื่นเริงต่าง ๆ เป็นการเฉลิมฉลองอลอง  ตั้งแต่ตอนเช้าจะมีผู้คนจากทั่วทุกหมู่บ้านแต่งกายกันอย่างสวยงาม ใครมีแก้วแหวนเงินทองเครื่องประดับอะไรก็จะสวมใส่ประชันกันอย่างเต็มที่ ทุกคนต่างช่วยกันจัดเตรียมเครื่องไทยธรรมและอัฐบริขารที่จะนำไปเข้าขบวนแห่โคหลู่ (ไทยธรรม) เครื่องไทยธรรมทุกชิ้นจะนำมาแห่พร้อมกันในวันนี้เสมือนหนึ่งเป็นการเลียบนครของอลอง เป็นกิจกรรมแสดงถึงความหรูหราและพร้อมเพรียงของงานปอยส่างลอง เหล่าบรรดาญาติและประชาชนที่ศรัทธาจะมาร่วมขบวนแห่อย่างพร้อมเพรียงกัน ฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน ช่วยกันถือ ช่วยกันแบก ช่วยกันหามอัฐบริขาร เครื่องไทยธรรมทุกชิ้นทั้งเล็กและใหญ่จะนำมาจัดเรียงร่วมขบวนให้ครึกครื้นสวยงาม ทุกคนมีความรู้สึกร่วมในส่วนบุญด้วยศรัทธาและเต็มใจ

ปอยส่างลอง
บรรดาญาติและประชาชนที่ศรัทธาจะมาร่วมขบวนแห่ พากันฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนาน ช่วยกันถือ ช่วยกันแบก ช่วยกันหามอัฐบริขาร (ภาพ: จำลอง บุญสอง)

แห่ครัวหลู่

ย่างเข้าวันที่สามของประเพณีปอยส่างลอง ถือเป็นวันแห่งเครื่องไทยทาน มีการแห่ส่างลองกับเครื่องไทยทานจากวัดกลางทุ่งไปตามถนนสายต่าง ๆ ในช่วงเช้าผู้มีจิตศรัทธามาร่วมขบวนมากมายเพื่อช่วยกันแบกหามเครื่องอัฐบริขาร เครื่องไทยธรรมทั้งเล็กและใหญ่ ขบวนแห่ประกอบด้วยจีเจ่ (กังสดาล) ม้าเจ้าเมือง ต้นตะเป่ส่าพระพุทธ ต้นตะเป่ส่าพระสงฆ์ ปุ๊กข้าวแตก เทียนเงินเทียนทอง พุ่มเงินพุ่มทองอู่ต่องปานต่อง หม้อน้ำต่า อัฐบริขาร ดนตรีประโคมและขบวนแห่ส่างลอง โดยให้ส่างลองขี่คอพี่เลี้ยงเรียกว่า “ตะแปส่างลอง” มีกลดทองหรือ “ทีคำ” แบบพม่าไว้บังแดด ดูงดงามเหมือนหลุดออกมาจากภาพวาดสมัยโบราณ ตอนเย็นมีการแสดงมหรสพสมโภชตามประเพณีไตที่วัดในชุมชน

วันข่ามส่าง หรือวันหลู่

วันนี้ครอบครัวจะนำส่างลองไปบรรพชาเป็นสามเณร หากในการจัดงานมี จางลอง คือผู้ที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุอยู่ด้วย ก็จะทำกันตั้งแต่เช้าตรู่ เรียกกันว่า ยาบจาง การยาบจางหรืออุปสมบทจะเริ่มราวๆ 4.00 – 5.00 น. ตะแปจางลองจะแต่งตัวจางลองและนำจางลองขี่ม้าแห่ไปวัด โดยมี จีเจ่ (กังสดาล) ตีนำขบวน และอาจมีดนตรีพื้นบ้านหรือกลองก้นยาวร่วมขบวนไปด้วย เมื่อถึงวัดก็จะเวียนรอบโบสถ์ 3 รอบ แล้วทำพิธีอุปสมบทในโบสถ์ หากวัดใดไม่มีโบสถ์เจ้าภาพจะร่วมกับทางวัดจัดทำ สิ่มน้ำ คือจะทำศาลาเพื่อประกอบพิธีอุปสมบทอยู่กลางแม่น้ำหรือในบึงแล้วนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีอุปสมบทในสิ่มน้ำ หรือพระอุโบสถหลังน้อยที่ตั้งอยู่เหนือสระน้ำ

ปอยส่างลอง
เด็กชายเชื้อสายไทใหญ่แต่งชุดส่างลอง เตรียมบรรพชาเป็นสามเณร (ภาพ:จำลอง บุญสอง)

ในวันข่ามส่าง ผู้คนจะมาชุมนุมกันที่วัดตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่จะหอบอุ๊บ หรือ ขันดอกไม้ ไปถึงวัดก่อนใคร จนได้เวลาพอสมควรจะมีการ ถ่อมลีก คืออ่านหนังสือธรรมะให้ทุกคนฟังเป็นการกล่อมเกลาจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความดีซึ่งถือเป็นประเพณีสืบทอดกันมานาน ผู้ฟังจะนั่งฟังอย่างสงบและสำรวมกิริยา เมื่อได้เวลาฉันเพลจะมีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ที่นิมนต์มาร่วมพิธีบรรพชาสามเณรก่อนแล้ว จากนั้นจบงานพิธีด้วยการเลี้ยงอาหารผู้มาร่วมงาน

เราพอจะเห็นได้ว่าตลอดเวลาทั้ง 4 วันของงานพิธี น่าสนใจมากทุก ๆ วัน ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางไปรับส่างลองที่วัด แต่งตัวให้ส่างลองด้วยชุดที่วิจิตรตระการตา จนกระทั่งส่างลองได้บวชครองผ้าเป็นสามเณร ปีนี้งานประเพณีปอยส่างลองจัดขึ้นในวันศุกร์ 29 มีนาคม – วันอาทิตย์ 31 มีนาคม ใครที่ไม่อยากพลาดงานในปีนี้ก็เตรียมวางแผนเดินทางได้แล้ว


ผาบ่อง

ชุมชนบ้านผาบ่อง  ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ชาวไทยใหญ่ และกะเหรี่ยงขาว มีการจำลองประเพณีสิบสองเดือนของชาวไทยใหญ่ให้ได้ชม นอกจากนี้ ผาบ่องยังมีแหล่งท่องเที่ยวภายในชุมชนที่สำคัญ ได้แก่ บ่อน้ำแร่ผาบ่อง  นวดเพื่อสุขภาพ เส้นทางศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศน์แห่งขุนเขา นักท่องเที่ยวสามารถสนุกกับการผจญภัยล่องห่วงยางตามเส้นทางน้ำแม่สะมาด ล่องเรือชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำปาย หรือเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ชุมชน ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยใหญ่ “เฮินไต” และ เรียนรู้วิถีทำนา ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพตามแนวเกษตรพื้นถิ่น ที่ศูนย์การเรียนรู้พันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพ


วางแผนเที่ยว

ม่ฮ่องสอน เมืองเล็ก ๆ ของไทใหญ่

แม่ฮ่องสอนมีความหลากหลายทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวเก๋ ๆ หากวางแผนเดินทางดี เมืองเล็ก ๆ ของไทใหญ่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้ชื่นชมและถ่ายรูปเช็คอิน

  • ถ้ำแก้วโกมล – ถ้ำที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ภายในถ้ำพบผลึกแร่แคลไซต์ที่มีเพียง 3 แห่งทั่วโลก คือจีน ออสเตรเลีย และไทย
  • วัดพระธาตุดอยกองมู – วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน
  • สะพานซูตองเป้-ชมสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร
  • หมู่บ้านรักไทย – หมู่บ้านที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายจีน รับประทานอาหารจีนตำรับจีนยูนนาน เดินชมไร่ชา
  • หมู่บ้านจ่าโบ่ – ชุมชนชาวลาหู่ดำ หรือมูเซอดำ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมชาวเขา นอนบ้านโฮมสเตย์ กินอาหารมูเซอ หรือนั่งห้อยขากินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาชมวิวหุบเขาอันโด่งดัง
  • ภูผาหมอก – จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นซึงนับว่าเป็นมุมถ่ายรูปสวยที่สุดแห่งหนึ่งในแม่ฮ่องสอน อยู่ไม่ไกลจากบ้านจ่าโบ่
  • ถ้ำลอด– แม่น้ำลางไหลลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม จากการพบเครื่องมือเครื่องใช้โบราณในถ้ำสันนิษฐานได้ว่ามีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว
  • สะพานนวรัฐ – สะพานเหล็กที่เดิมเคยตั้งใช้งานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อใช้สัญจรข้ามแม่น้ำปิง จากนั้นได้มีการรื้อถอน ยกไปติดตั้งที่ อ.ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้คนใช้เดินทางข้ามแม่น้ำปา
  • ถ้ำเพชร และถ้ำปะการัง บ้านแม่ละนา