บ้านจ๊างนัก – ศิลปะจากปลายสิ่ว

เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก เพื่อสัมผัสงานแกะสลักช้างไม้ของช่างชั้นครูแห่งเมืองเชียงใหม่

0
148
ช้างไม้แกะสลัก ผลงานศิลปะของช่างแกะสลักชั้นครู สล่าเพชร วิริยะ จัดแสดงให้ชมทุกวันที่พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก เชียงใหม่ (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเชียงใหม่ ควรหาโอกาสแวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก ชมฝีมือการแกะสลักช้างไม้ของสล่าเพชร วิริยะ และเหล่าช่างแกะสลักชาวเชียงใหม่ ที่ร่วมกันสร้างงานศิลปะจากปลายสิ่วและเศษไม้ บรรจงแกะสลักช้างไม้ตัวเล็กตัวใหญ่ หลากหลายรูปแบบ เพื่อสืบสานงานแกะสลักไม้ผ่านความรักและความผูกพันระหว่างคนล้านนากับช้าง

“ที่นี่ชื่อว่าบ้านจ๊างนัก ทางเหนือจะเรียกช้างว่า “จ๊าง” ก็คือบ้านที่มีช้างเยอะ ที่มาก็มาจากคุณลุงประยูร จรรยาวงษ์ ที่สมัยก่อนท่านเขียนคอลัมน์ “ขบวนการแก้จน” ท่านมาเยี่ยมที่นี่เมื่อปี 2531 เห็นว่าที่นี่มีช้างเยอะ งั้นก็ชื่อบ้านจ๊างนักก็แล้วกัน” คุณวารียา วิริยะ ลูกสาวสล่าเพชร กล่าวต้อนรับพวกเราที่พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนักท่ามกลางลมร้อนต้นเดือนเมษายนในอำเภอสันกำแพง ย่านที่มีชื่อเสียงด้านงานศิลปะหัตถกรรมของเชียงใหม่

สล่าเพชร หรือช่างเพชร วิริยะ เป็นศิลปินชาวเชียงใหม่ สร้างชื่อเสียงจากงานแกะสลักไม้ โดยเฉพาะช้างไม้แกะสลักที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์จำเพาะตัว ได้รับการยอมรับกันในหมู่ช่างแกะสลักและผู้ชื่นชอบงานศิลปะว่าเป็นงานของศิลปินชั้นครู

พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนักตั้งอยู่ในอำเภอสันกำแพง เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูงจำนวน 2 หลัง ซ่อนตัวอยู่หลังทิวป่าไผ่ที่ปลูกเป็นแนวรั้วธรรมชาติ ที่นี่เป็นทั้งสตูดิโอทำงานของสล่าเพชร และเป็นที่เก็บงานศิลปะชิ้นสำคัญ ๆ

เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป นักท่องเที่ยวและแขกที่มาเยือนจะได้พบกับแมมมอธ ยืนสูงตะหง่านรอรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ช้างดึกดำบรรพ์ที่อาศัยในยุคน้ำแข็งตัวนี้มีจุดเด่นที่งาโค้งยาว อีกอย่างหนึ่งคือมีขนแหลม ๆ เต็มตัว ขนของช้างทำจากไม้แป้นเกล็ด ในอดีตคนทางภาคเหนือนิยมนำไม้แป้นเกล็ดไปมุงหลังคาบ้าน ปัจจุบันเสื่อมความนิยมลงไป ชาวบ้านรื้อไม้แป้นเกล็ดออก หันไปนิยมหลังคากระเบื้องแทน สล่าเพชรซื้อไม้แป้นเกล็ดจากชาวบ้าน แล้วนำมาเหลาให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำปลายแหลมเหมือนดินสอ ก่อนนำมาแต่งเป็นขนยาว ๆ แหลม ๆ ของช้างแมมมอธ

ข้าง ๆ ช้างแมมมอธมีรูปปั้นช้าง 2-3 ตัว ทำด้วยด้วยปูน มีขนาดเท่าช้างจริง นักท่องเที่ยวสามารถปืนบันไดขึ้นไปนั่งถ่ายรูปบนหลังช้างได้

ช้างไม้แกะสลักที่บ้านจ๊างนัก (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

ช้างแมมมอธ ขนของช้างทำจากไม้แป้นเกล็ด (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

บริเวณใต้ถุนบ้านมีงานแกะสลักโขลงช้างไม้วางอยู่ 2 ชิ้น เมื่อเดินขึ้นไปบนเรือนเราจะได้พบงานสะสมช้างไม้แกะสลักของสล่าเพชร มีให้ชมตั้งแต่ช้างไม้ตัวแรกของสล่าเพชร จนถึงงานชิ้นเอกของสล่าเป็นโขลงช้างไม้ 23 ตัว นำโดยช้างเอราวัณ 3 เศียร นอกจากงานศิลปะแกะสลักช้างไม้ ยังมีงานรูปวาดช้าง ที่วาดตามจินตนาการและเรื่องเล่าปรัมปรา

“คุณพ่อเริ่มตั้งแต่เป็นหนุ่ม ก็คือตอนนั้นแกกำลังคิดว่าจะทำอะไรดี พอดีมีโครงการส่งเสริมอาชีพมาลงที่วัด มีอาจารย์มาสอนวิชาแกะสลัก ชื่ออาจารย์คำอ้าย เดชดวงตา แกก็ตามเรียน” วารียา วิริยะ เล่าเรื่องความมุ่งมั่นของพ่อที่เธอได้สัมผัส ระหว่างเดินทางติดสอยห้อยตามพ่อไปยังที่ต่าง ๆ ในช่วงที่สล่าเพชรค้นหาความรู้และสะสมประสบการณ์ศิลปะการแกะสลักช้างไม้

งานแกะสลักช้างไม้ของสล่าเพชร วิระยะเป็นงานศิลปะแบบรูปธรรม (Realism) เน้นรูปลักษณ์เหมือนจริง โดยสังเกตจากท่าทางของช้างในธรรมชาติ อย่างไรก็ตามด้วยฝีมือเชิงช่างของสล่าเพชร ตลอดจนจิตวิญญาณของงานศิลปะที่ได้ซึมซับจากครูคำอ้าย เดชดวงตา (ศิลปินฝีมือดีระดับปรมาจารย์ด้านการแกะสลักไม้ของเชียงใหม่) งานแกะสลักช้างไม้ของสล่าเพชรจึงโดดเด่นกว่าช่างแกะสลักพื้นเมืองทั่ว ๆ ไป

นักท่องเที่ยวเดินชมช้างไม้แกะสลัก
นักท่องเที่ยวเดินชมช้างไม้แกะสลัก จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก จังหวัดเชียงใหม่ (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

“เราใส่รายละเอียดไม่เหมือนกันกับช้างไม้ในท้องตลาดทั่วไปที่เขาแกะกันตามบ้านถวาย ตามลำพูนอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็จะใส่รายละเอียดให้มันเหมือนจริงมากขึ้น” คุณวารียา วิริยะ เล่าให้ฟังเพิ่มเติม “เริ่มจากไม้ เจาะให้ขึ้นรูป แล้วก็รายละเอียดทุกชิ้น ของเรานี่จะมีหมายเลขแสดงวันเดือนปีกำกับทุกชิ้น ฉะนั้นเราสามารถรู้ว่าชิ้นนี้ใครเป็นคนแกะ ใครซื้อไป”

เมื่อเดินทะลุไปด้านหลังพิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนักจะพบพื้นที่ทำงาน หรือสตูดิโอของสล่าเพชร บนผนังมีรูปถ่ายในหลวงรัชกาลที่ 9 ติดอยู่ใกล้ ๆ โต๊ะทำงาน นอกจากนี้ยังมีกองสิ่ว อุปกรณ์สำคัญในการสร้างสรรค์งานแกะสลักของช่างไม้ ทุกวันจะมีช่างแกะสลักเข้ามาทำงานประมาณ 3-4 คน บางครั้งมีการจัดให้นักท่องเที่ยวได้ทำ “เวิร์คช๊อป” เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์ตรงจากการแกะสลักช้างไม้

“ความท้าทายของการแกะสลักช้างไม้คือศิลปินต้องทำให้ช้างไม้สวยงาม สมจริงเหมือนช้างที่มีชีวิต ไม่ว่าคุณจะลูบไล้ไปที่ผิวหนัง หรือจ้องมองที่ดวงตาของช้าง คุณรู้สึกว่าช้างไม้มีชีวิตจริง ๆ”

– สล่าเพชร วิริยะ ศิลปินแกะสลักช้างไม้ ชาวจังหวัดเชียงใหม่  

“ความท้าทายของการแกะสลักช้างไม้คือศิลปินต้องทำให้ช้างไม้สวยงาม สมจริงเหมือนช้างที่มีชีวิต ไม่ว่าคุณจะลูบไล้ไปที่ผิวหนัง หรือจ้องมองที่ดวงตาของช้าง คุณรู้สึกว่าช้างไม้มีชีวิตจริง ๆ” สล่าเพชร วิริยะ กล่าวหลังจากออกมาพูดคุยกับพวกเราในช่วงท้ายของการเยี่ยมชม  

ปัจจุบันสล่าเพชร วิระยะเดินทางตามรอยครูคำอ้าย เดชดวงตา เปิดสอนศิลปะการแกะสลักช้างไม้ มีลูกศิษย์จำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาเรียนแกะสลักไม้ที่บ้านจ๊างนัก

มุมนั่งเล่นและรับประทานอาหารว่างที่บ้านจ๊างนัก
มุมนั่งเล่นและรับประทานอาหารว่างที่บ้านจ๊างนัก (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

ภาพวาดของคุณวารียา วิริยะ
ภาพวาดของคุณวารียา วิริยะ บอกเป็นนัยว่าข้าวซอยบ้านจ๊างนักไม่ทำให้ผิดหวัง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

นอกจากจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะของสล่าชั้นครู พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนักยังมีร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารให้บริการเครื่องดื่มและอาหารว่าง ถ้าสังเกตดี ๆ บนผนังห้องอาหารมีรูปวาดช้างใช้งวงจับตะเกียบคีบข้าวซอย ภาพนี้เป็นผลงานของคุณวารียา วิริยะ ที่บอกเป็นนัยว่าข้าวซอยที่พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนักอร่อยจั๊ดนัก


พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก

56/1 หมู่ 2 ต. บวกค้าง

อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่ 50130

หมายเลขโทรศัพท์: (053) 446-891 และ (083) 203-9991

เวลาเปิดบริการ: วันจันทร์ – วันเสาร์ (ไม่เสียค่าเข้าชม)
8.00 น. – 18.00 น.

เว็บไซต์ https://www.baanjangnak.com/