ออบหลวง – เสน่ห์ริมทาง

ออบหลวง (หรือแอบหลวง) จุดพักริมทางหลวงเส้นเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่ยุคสำริดถึง ยุคดิจิทัล เหมาะกับการหยุดพักระหว่างทาง

0
114
ออบหลวง - ช่องเขาแคบ ๆ คือที่มาของชื่ออุทยานแห่งชาติออบหลวง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

นักเดินทางที่ออกจากเชียงใหม่ไปจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยผ่านอำเภอแม่สะเรียง มักจะหยุดพักที่ออบหลวงเพื่อสัมผัสธรรมชาติ ฟังเสียงลำน้ำแม่แจ่มไหลผ่านโตรกเขา ชมหินผาและโตรกลึก ให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น มีพลังสำหรับการเดินทางช่วงต่อไป ที่ต้องขึ้นเขา ลงหุบ ลดเลี้ยวเกือบพันโค้ง กว่าจะถึงแม่ฮ่องสอน จังหวัดเล็ก ๆ ที่อยู่ซ่อนตัวอยู่อีกด้านหนึ่งของหุบเขา

คำว่า “ออบ” น่าจะมาจากคำว่า “แอบ” ซึ่งแปลว่าช่องแคบ ส่วนคำว่า “หลวง” นั้นแปลว่าใหญ่  ฉะนั้น “ออบหลวง” จึงหมายถึงช่องแคบขนาดใหญ่  คนเชียงใหม่มองเห็นแม่น้ำแม่แจ่มไหลผ่านช่องแคบเขาขาดนี้ เลยเรียกบริเวณนี้ว่าออบหลวง

ออบหลวง - แม่น้ำแม่แจ่มไหลผ่านช่องเขาขาด (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
ออบหลวง – แม่น้ำแม่แจ่มไหลผ่านช่องเขาขาด (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

อุทยานแห่งชาติออบหลวงและจุดชมวิวตั้งอยู่ริมถนนเส้น 108 นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวได้สะดวก

เล่ากันว่า ในอดีตสมัยที่ยังมีการตัดและชักลากไม้สัก บริเวณอุทยานแห่งชาติออบหลวงเคยใช้เป็นปางไม้และแคมป์คนตัดไม้ของบริษัทบริติช บอร์เนียวของชาวอังกฤษ  สมัยนั้นการทำป่าไม้ใช้การตัดไม้แล้วใช้ช้างลากท่อนซุงลงแม่น้ำ ให้สายน้ำลำเลียงไม้ ล่องมาตามลำน้ำแม่แจ่ม ท่อนไม้สักจะวนมาอยู่ที่ออบหลวงซึ่งเป็นวังน้ำวนและลึกมาก บริษัทไม้จึงตั้งปางพักตรงจุดนี้ เพื่อคอยเก็บไม้ที่ไหลลงมา

นั่นคือเรื่อง “มะเก่า” อดีตของออบหลวง

นักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูปบนสะพานออบหลวง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
นักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูปบนสะพานออบหลวง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

ปัจจุบันออบหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปบนสะพาน เหนือลำน้ำแม่แจ่ม

ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว บรรยากาศบริเวณออบหลวงร่มรื่น เต็มไปด้วยสีเขียวหลากหลายเฉดสี เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ

แต่ผมเดินทางมาถึงออบหลวงในช่วงฤดูร้อน จึงได้เห็นสีสันของป่าไปทางแนวอุ่น (warm tone) ไล่ระนาบสีไปตั้งแต่น้ำตาลอ่อน ๆ จนถึงดำสนิท


ออบหลวง – แนวต้นไผ่ริมทางเดินศึกษาธรรมชาติ (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

ผมมีโอกาสเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติกับเพื่อนร่วมทริป ผ่านแนวต้นไผ่ไปประมาณ 400 เมตร ก็พบช่องเขาขนาดใหญ่ ที่เป็นที่มาของชื่อ “ออบหลวง” ตั้งตระหง่านดักรอนักท่องเที่ยวอยู่ริมเชิงเขา เจ้าหน้าที่อุทยานได้สร้างจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวยืนถ่ายรูปได้อย่างปลอดภัย เหนือโตรกธารแคบ ๆ มีสะพานแขวนเชื่อมช่องแคบเข้าด้วยกัน  ผมลอง “มโน” ดู สะพานออบหลวง ดูคล้าย ๆ “เดอะ บริดจ์ ออฟ ริเวนเดลล์” (The Bridge of Rivendell) ของพวกเอลฟ์ในนิยายขายดี “The Lord of the Rings” เหมือนกัน  โดยเฉพาะเมื่อมองขึ้นจากจุดชมวิว เราจะเห็นคนตัวเล็ก ๆ ขนาดใกล้เคียงกับพวกเอลฟ์ ยืนอยู่กลางสะพาน เป็นไปได้ไหมว่ามนุษย์ตัวน้อย ๆ อาจจะเป็นเผ่าพันธุ์ดึกดำบรรพ์ของอาณาจักรล้านนา พากันออกจากแนวป่าอีกด้านหนึ่งของแม่น้ำในช่วงกลางคืน เพื่อแอบสร้างสะพานแห่งนี้ (มโนได้อีก)

ออบหลวง - ต้นไม้ทิ้งใบในช่วงฤดูร้อน  (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
ออบหลวง – ต้นไม้ทิ้งใบในช่วงฤดูร้อน (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

นักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัยสามารถเดินลัดเลาะไปตามทางชัน ๆ ขึ้นไปยืนอยู่บนสะพาน ที่ขึงอยู่ระหว่างช่องเขาแคบ ๆ จากจุดกลางสะพานเราสามารถมองเห็นลำน้ำแม่แจ่มไหลผ่านอยู่ด้านล่าง

การผจญภัยและสิ่งที่น่าสนใจของออบหลวงไม่ได้จบลงที่กลางสะพาน

ออบหลวง - แม่น้ำแม่แจ่มช่วงไหลผ่านออบหลวง  (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
ออบหลวง – แม่น้ำแม่แจ่มช่วงไหลผ่านออบหลวง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

เมื่อเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งหนึ่งเราจะมองเห็นป้ายบอกทาง (ให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจว่าจะไปต่อ หรือหันหลังกลับอย่างไว)

“หลุมฝังศพ” (80 เมตร)

“ป่าหินแกรนิต” (250 เมตร)

“ภาพเขียนสีโบราณ” (300 เมตร)

พื้นที่บริเวณออบหลวงเป็นเขตทับซ้อนของอารยธรรม มีคนตัดไม้สักเข้ามาบริเวณนี้ ก่อนหน้าที่กรมป่าไม้จะเข้ามาประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ และก่อนหน้านี้เกือบ 3,500 ปี  มีมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณนี้  พวกเขาอาจจะเผาป่า เพื่อหวังเก็บเห็ด เก็บผักหวานเหมือนคนยุคนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้  แต่ที่แน่ ๆ พวกเขาทิ้งรูปวาดไว้บนหน้าผาและหลุมศพไว้ให้เราดู

ผมพยายามเพ่งมองดูว่าคนเมื่อ 3,500 ปีที่แล้ว เขาสนใจวาดรูปอะไรบ้าง

ออบหลวง - ดอกไม้ป่าร่วงโรยราบริเวณหน้าผาภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์  (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
ออบหลวง – ดอกไม้ป่าร่วงโรยรา แถบบริเวณหน้าผาภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

ภาพแรกที่เห็นคือรูปคน มีหัวกลม ๆ มีแขน มีขา เหมือนรูปคนในเกมแขวนคอ (hangman) แสดงว่าคนเราหมกมุ่นกับตัวเองมาอย่างน้อย 3,500 ปี  นอกจากนี้บนผนังหินผายังมีรูปช้างและดอกไม้ ผมหารูปต้นผักหวานป่าไม่เจอ

ข้าง ๆ หลุมฝังศพคนยุคก่อนประวัติศาสตร์มีชื่อ “สายันต์ ไพรชาญจิต” เขียนอยู่บนป้าย

ออบหลวง - ป่าถูกเผานช่วงฤดูแล้ง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
ออบหลวง – ป่าถูกเผาในช่วงฤดูแล้ง (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

เปล่า มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด

ชื่อ “สายันต์” ไม่ได้เป็นชื่อที่มีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แต่สายันต์ ไพรชาญจิต เป็นนักโบราณคดีที่ทำการขุดหลุมศพนี้ร่วมกับนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสอีก 2 คน คือ ดร. ฌอง ปิแอร์ ปอโทร (Jean-Pierre Pautreau) และ ดร. มาริแอล ซังโตนี (Marielle Santoni)

ข้อมูลตามป้ายบอกว่าผู้ตายเป็นเพศหญิง เกิดและมีชีวิตในยุคสำริด นักท่องเที่ยวที่ขวัญอ่อนไม่ต้องกังวลว่าจะพบโครงกระดูกนอนอยู่ในหลุม นักโบราณคดีพบเพียงกระดูกแขนทั้งสองข้างสวมกำไลข้อมือทำจากหอยทะเลและสำริด มีการพบลูกปัดทำจากหินคาร์เนเลียน (Carnelian)

หลักฐานทางโบราณคดีดังกล่าวถูกย้ายออกไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่

ออบหลวง - ดอกไม้และธุปพบเห็นบริเวณหลุมศพของมนุษย์ยุคสำริด  (ภาพ: พูวดล ดวงมี)
ออบหลวง – ดอกไม้และธุปพบเห็นบริเวณหลุมศพของมนุษย์ยุคสำริด (ภาพ: พูวดล ดวงมี)

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นแค่โครงสร้างหลุมศพที่ก่อล้อมด้วยก้อนหิน และร่องรอยการขอหวยหาเลขเด็ดของมนุษย์ในยุคดิจิทัล

ออบหลวงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่คนนิยมแวะพักผ่อนในการเดินทางระหว่างเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน  ข้าง ๆ อุทยานมีร้านอาหารและเครื่องดื่มให้บริการนักท่องเที่ยว นอกจากได้พักรถแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้อิ่มท้องก่อนออกเดินทางสู่จุดหมายปลายทาง