พุกาม

ต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โบราณสถานและเจดีย์เมืองพุกามได้รับการจดทะเบียน โดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้เป็นแหล่งมรดกโลก ที่มีคุณค่าโดดเด่นต่อมวลมนุษยชาติ หลาย ๆ ด้าน รวมทั้งด้านการท่องเที่ยว

เล่ากันว่าความงดงามตระการตาของพุกาม ไม่ได้ด้อยกว่าแหล่งโบราณคดีใด ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เจดีย์โบราณนับ 4,000 องค์ ก่อด้วยดินเผาหรืออิฐมอญสีหมากสุก ยามเมื่ออาบแสงอาทิตย์ช่วงเช้า หรือยามอัสดง เจดีย์นับพัน ๆ องค์ ทำให้เมืองโบราณริมแม่น้ำอิรวดี กลายเป็นเมืองสีชมพู

สำหรับคนที่ยังไม่เคยเดินทางไปเที่ยวเมืองโบราณริมแม่น้ำอิรวดี ในประเทศเมียนมา ปีนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งมรดกโลกใหม่ล่าสุดของเมียนมา 

พุกาม
ในช่วงพลบค่ำ ฝูงวัวเดินผ่านทุ่งเจดีย์โบราณในเมืองเก่าพุกาม ยูเนสโกขึ้นทะเบียนพุกามให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2562 (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เมืองพุกามเป็นเมืองหลวงของเมียนมา ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 – 13  

ในช่วง 500 กว่าปีที่พุกามเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและการเมืองของเมียนมา กษัตริย์ทุกพระองค์ รวมทั้งนักรบและพ่อค้าได้ร่วมก่อสร้างเจดีย์ จำนวนมากกว่า 4,000 องค์  เจดีย์บางองค์มีจารึกเขียนเล่าเรื่องราว บอกกล่าวถึงความสำคัญ ในขณะที่อีกนับพันองค์เป็นเจดีย์นิรนาม ไร้ชื่อ ไม่มีเรื่องราวใด ๆ บอกกล่าวให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก อย่างไรก็ตามเจดีย์ทุกองค์สร้างขึ้นเพื่อสร้างกุศลผลบุญ และสืบทอดพุทธศาสนา

ทุกวันนี้ พุกามเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมียนมา 

ในช่วงก่อนสว่าง นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นบอลลูน ล่องลอยไปเหนือ “ทุ่งเจดีย์โบราณ”  เพื่อรอดูพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นยอดเจดีย์ทางด้านทิศตะวันออก รอให้พระอาทิตย์สาดแสงสว่าง ทาบทาเจดีย์นับพัน ๆ องค์ กระจายยาวเหยียดไปทางด้านทิศตะวันตก จรดกับริมแม่น้ำอิรวดี  

การนั่งรถม้า หรือปั่นจักรยานลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่เชื่อมโยงเหมือนใยแมงมุม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ตามความสะดวก มีเวลามากมาย ชื่นชมเจดีย์องค์สำคัญ ๆ เช่น เจดีย์ชเวซันดอ อานานดาพะย่า เจดีย์ตะเบียงนิว วัดพะยาตองซู วัดที่โลมี่นโล วัดดะมะยานจี  เจดีย์ตะบิญญู

พุกาม
สาวเมืองพุกามรอขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว ที่เจดีย์วัดดะมะยานจี้ (Dhammayangyi Temple) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
พุกาม
หุ่นชักสายเชิด แขวนอยู่ที่เจดีย์วัดดะมะยานจี้ (Dhammayangyi Temple) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

วัดสุลามณี (Sulamani Temple) อัญมณีเม็ดงามแห่งเมืองพุกาม เป็นวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยควรหาโอกาสเข้าไปชมภาพเขียนสีเฟรสโก ประดับกำแพงริมทางเดินทางด้านใต้

วัดแ่ห่งนี้สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 1726  ช่วงยุคปลายของอาณาจักรพุกาม หรือประมาณ 60 ปี ก่อนหน้าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ตั้งราชวงศ์พระร่วง ปกครองอาณาจักรสุโขทัย  ซึ่งร่วมยุคร่วมสมัยกับปราสาทนครธม ที่สร้างในพุทธศตวรรษที่ 18

ภายในวัดสุลามณี มีภาพจิตรกรรมเฟรสโก้ (FRESCO) ที่ใช้เทคนิคเขียนสีปูนเปียก เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในอิริยาบท ต่าง ๆ เช่น นั่ง นอน ยืน

แต่ละรูปสวยงามมาก แม้ว่าสีจะจางลง ผิวผนังกร่อน สีหลุดลอกไปตามกาลเวลา บางภาพเห็นร่องรอยการซ่อมแซมโดยศิลปินยุคหลังที่ฝีมือต่างกับยุคแรก ภาพที่ถูกซ่อมจึงออกมาประหลาด ๆ ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวพุกามควรแวะเข้าไปชมภาพเขียนสีเฟรสโกชุดนี้ 

ที่สำคัญมีภาพชุดหนึ่งที่คนไทยควรไปดู ภาพเขียนชุดนี้อยู่บนผนังด้านในเจดีย์ทางด้านขวามือ (เมื่อหันหน้าเข้าหาประตูใหญ่) ในภาพมีรูปผู้หญิงและผู้ชายกลุ่มหนึ่ง กำลังพนมมือไหว้พระพุทธรูป ผู้ชายเปลือยอก ทรงผมสั้น ๆ เหมือนทรงมหาดไทย ผู้หญิงมีกิริยาชดช้อย ห่มผ้า ดูเหมือนสไบ  มัคคุเทศก์ชาวพม่าบอกว่าภาพนี้เป็นการเล่าเรื่องคนสยาม เพราะว่ารายละเอียดของภาพแตกต่างจากภาพชุดอื่น ๆ ส่วนใครเป็นคนวาดจิตรกรรมฝาผนังชุดนี้ หรือวาดขึ้นเมื่อใด ไม่มีจารึกบอกเล่าเรื่องราวใด ๆ

วัดดสุลามณี เมืองพุกาม
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ด้านในเจดีย์วัดสุลามณี เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา เชื่อกันว่าน่าจะเป็นรูปวาดเล่าเรื่องของคนไทย (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
วัดสุลามณี เมืองพุกาม
ภาพเขียนพระนอน ประดับผนังเจดีย์วัดสุลามณี ศิลปินหรือช่างวาดใช้เทคนิคการเขียนสีปูนเปียก (Fresco) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เจดีย์วัดดะมะยานจี้ (Dhammayangyi) เป็นสถานที่หนึ่งที่มีเรื่องราวน่าสนใจ  

“เคเค” ไกด์สาวชาวเมียนมาเล่าให้ผมฟังว่า ดะมะยานจี้เป็นเจดีย์บาป “Dhammayangyi is a bad man pagoda. The man built the pagoda to remove his sin after killing his father.” 

ชายคนนั้น คนที่ไกด์พูดถึงคือพระเจ้านะระตู เล่ากันว่ากษัตริย์พุกามพระองค์นี้ ทำการปลงพระชนม์พระราชบิดา คือพระเจ้าอลองสิธู เพื่อชิงราชบัลลังก์เมืองพุกามมาเป็นของตน การสร้างเจดีย์วัดดะมะยานจี้ เป็นการไถ่บาปที่ก่อขึ้นกับพ่อ ถามว่าบาปของการฆ่าพ่อในเมียนมานั้นใหญ่โตแค่ไหน คำตอบเห็นได้เต็มตา  ดะมะยานจี้เป็นเจดีย์องค์ใหญ่สุดในพุกาม เราสามารถมองเห็นได้จากทุกมุม ไม่ว่าจะอยู่บริเวณไหนของทุ่งเจดีย์โบราณ

มีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าประหลาดใจคือ ดะมะยานจี้เป็นเจดีย์ที่สร้างไม่เสร็จ 

ไม่ว่ากษัตริย์นะระตูจะทุ่มเทกำลัง และความพยายามในการสร้างเจดีย์องค์นี้มากแค่ไหน ต้องมีเหตุการณ์ประหลาด ๆ เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ เช่น แผ่นดินไหว ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ทำให้ยอดเจดีย์พังทลายลงมากองกับพื้นดิน  จนหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าธรรมชาติต้องการบอกว่าปิตุฆาต บาปเกิดจากการฆ่าพ่อ ล้างอย่างไรก็ไม่มีวันออก ทุกวันนี้ “เจดีย์บาป” ดะมะยานจี้ เป็นเจดีย์ยอดด้วน ฐานขนาดใหญ่ของเจดีย์ช่วยทำให้ภาพพระอาทิตย์ขึ้นดูขลัง และเต็มไปด้วยปริศนา

วัดดะมะยานจี้
พระอาทิตย์กำลังขึ้นที่พุกาม มองเห็นเจดีย์วัดดะมะยานจี้ (Dhammayangyi) ตั้งสูงตระหง่าน อยู่ด้านหน้า (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

การเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมชมเจดีย์ในเมืองพุกามเป็นการสัมผัสความรุ่งเรืองของเมืองโบราณพุกาม บางครั้งจะได้พบเห็นคนพื้นเมืองนำของที่ระลึกมาเร่ขายให้นักท่องเที่ยว บางครั้งจะได้ยินเรื่องราวเหลือเชื่อจากปากคนนำทางท้องถิ่น

นักเขียนบางคนเปรียบเทียบความสวยงาม ความยิ่งใหญ่ ตระการตาของเมืองพุกามว่าไม่ได้ด้อยกว่ากลุ่มปราสาทนครวัดของอาณาจักรเขมรโบราณ นครวัดนั้นสร้างด้วยหิน ก่อด้วยแผ่นศิลาแลง ในขณะที่พุกามสร้างจากดินเผา หรืออิฐมอญ

พุกาม
แม่น้ำอิรวดีไหลผ่านเมืองพุกาม ประเทศเมียนมา (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เล่ากันว่า อาร์โนลด์ โจเซฟ ทอยน์บี (Arnold Joseph Toynbee)  นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษที่ได้เห็นทั้งปราสาทนครวัด และทุ่งเจดีย์โบราณของเมืองพุกาม กล่าวประโยคอมตะว่า “See Angkor and die. See Bagan and live.” เมื่อได้เห็นปราสาทนครวัดสักครั้งทำให้ตายตาหลับ ได้เห็นเมืองพุกามสักครั้งหนึ่งทำให้อยากมีชีวิตเป็นนิรันดร์ เพื่อชื่นชมความงดงามที่ไม่รู้จบ

ความสวยงามของเมืองโบราณทั้ง 2 เมืองนี้ งดงามเกินคำบรรยาย

 วัดสุลามณี เมืองพุกาม
ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง วัดสุลามณี เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

ผมไม่รู้ว่าอาร์โนลด์ ไปเที่ยวที่ไหนก่อน ระหว่างพุกามกับนครวัด ผมเองมีโอกาสไปเที่ยวมาแล้วทั้ง 2 ที่ ผมชอบพุกามมากกว่านครวัด มันเป็นความชอบส่วนตัว ผมชอบดินเผา ชอบอิฐเก่า ๆ สีแดงเรื่อ ๆ เหมือนพระเครื่องเนื้อดินเผา แถว ๆ ลุ่มแม่น้ำภาคกลางของไทยที่ผมคุ้นเคย

นอกจากนี้ พุกามยังมีบรรยากาศเงียบ ๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวล้นหลาม ส่งเสียงดังโหวกเหวก สร้างความรำคาญระหว่างเดินชมโบราณสถาน  จุดนี้ทำให้พุกามต่างกับนครวัด ที่คุณแทบจะไม่สามารถถ่ายรูปนางอัปสรได้ โดยที่ไม่ติดนักท่องเที่ยวเข้ามาในรูปถ่าย