กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่ แออัดด้วยประชากรไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน การเดินทางบนถนนมีปัญหา นักสถาปัตยกรรมผังเมืองบอกว่ากรุงเทพฯ มีอาการฝืด เกิดขึ้นทุกเส้นทาง คนเคลื่อนตัวได้ช้า วัน ๆ หนึ่งทำได้ไม่กี่อย่าง แล้วก็หมดเวลาฃฃไปกับการเดินทาง แต่เครือข่ายรถไฟฟ้ากำลังจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมทำกิจกรรมได้ถึง 3 อย่างในวันเดียวกัน เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อย

เริ่มด้วยการประชุมจัดเตรียมต้นฉบับกับนักเขียนอิสระแถว ๆ รัชดา นักเขียนอิสระอย่างพวกเราเหมือนโรนิน เป็นนักเขียนไร้สังกัด ไร้นาม ไร้สำนักงาน ห้องประชุมคือร้านกาแฟ สตาร์บัคส์เข้าใจวัฒนธรรมไร้ออฟฟิศดี จัดบริการเปิดห้องประชุมแถมกาแฟให้ดื่ม

การเดินทางไปประชุมราบรื่นดี  ด้วยโหมดการเดินทางแบบ “รถ-ต่อ-ราง” ขับรถออกจากบ้านที่มีนบุรี ไปต่อรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์สถานีลาดกระบัง แล้วมุดลงดิน เดินทางไปกับรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที ไปโผล่ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ

ประชุมไปตั้ง 3-4 ชั่วโมง แต่ยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งวัน ก่อนกลับบ้านนึกได้ว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดนิทรรศการ “นครรัฐไทยบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ” นำสมบัติของชาติ และของล้ำค่าด้านวัฒนธรรมในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตั้งแต่เชียงใหม่ถึงนครศรีธรรมราช มาจัดแสดง ผมเคยดูภาพถ่ายของที่คนเขาไปดูมา สวยดี ใจก็อยากจะดูให้เห็นกับตา

แต่จะไปอย่างไร

รถไฟฟ้า
คนกรุงสนุกสนานกับการถ่ายรูปที่สถานีวัดมังกร สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกลางเยาวราช ได้รับการตกแต่งให้สีสันเข้ากับย่านชาวไทยเชื้อสายจีนในเยาวราช (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
รถไฟฟ้า
สีสันจิตรกรรมฝาผนังรูปมังกร สัญลักษณ์ของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกร ผู้โดยสารสามารถใช้สถานีนี้ เดินทางเข้าออกย่านเยาวราชได้อย่างสะดวกสบาย (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เราชอบเดินทางไปดูพิพิธภัณฑ์ ปกติจะมีคนมาจ้างเขียนเรื่องทำนองนี้อยู่บ่อย ๆ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ การไปดูงานศิลปะล้ำค่าทางวัฒนธรรมเป็นการเปิดมุมมองการทำงาน หาแรงบันดาลใจ นอกจากนี้ยังเป็นความสุขส่วนตัว แต่การเดินทางจากมีนบุรีไปย่านรัตนโกสินทร์ชั้นในเป็นเรื่องท้าทายสุขภาพจิตมาก กว่าเราจะขับรถพ้นทางด่วนพระราม 9 ไปได้ อาการไมเกรนกำเริบ 2 ครั้ง เรายังขับรถไม่ผ่านด่านเก็บเงินเลย

วันนี้เรามีทางเลือกใหม่ คือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน โดยเฉพาะช่วงนี้ เริ่มมีการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินช่วงต่อขยาย ระหว่างสถานีหัวลำโพงกับสถานีอิสรภาพ ทำให้การเดินทางเข้าไปบริเวณย่านเกาะรัตนโกสินทร์สะดวกมากขึ้น

เราเดินทางจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ไปลงที่สถานีหัวลำโพง เปลี่ยนไปขึ้นสายสีน้ำเงินไปลงที่สถานีวัดมังกร เพื่อหาข้าวกลางวันกินในย่านเยาวราช

สถานีวัดมังกรมีคนเยอะ บางคนมาจากหลัก 2  ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขกับการถ่ายรูปมังกรและรูปจิตรกรรมแบบจีน ที่บริษัทเนสกาแฟเป็นเจ้าภาพเรื่องการตกแต่ง ทำออกมาได้สวยงามตามสไตล์จีนแบบเปอรานากัน แจ่มจรัสกับสีน้ำเงิน เขียว แดง ชมพู เหลือง

เราเดินออกมาทางประตูวัดมังกร ทดลองเดินทางแบบนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยใช้แผนที่กูเกิ้ลในโทรศัพท์นำทาง หาร้านอาหารเจในย่านเยาวราช ถือเป็นการทดสอบระบบไอทีและระบบขนส่งมวลชนไปด้วยกัน ว่าสามารถช่วยนักเดินทางแปลกหน้าได้มากแค่ไหน กูเกิ้ลส่งร้านอาหารเจมา 2-3 ร้าน รวมทั้งร้านเจ้หลี เรายืนงง ๆ อยู่หน้าร้านกุ้ยช่ายริมถนนเจริญกรุงอยู่พักหนึ่ง ทำความเข้าใจกับข้อมูลดิจิตอลในโทรศัพท์กับเสียงดังและความวุ่นวายของเยาวราช ก่อนตัดสินใจเดินข้ามถนน ตามคำแนะนำของแผนที่ ที่อยู่ใกล้สถานีวัดมังกรมากที่สุด

แผนที่นำทางเข้าไปในซอยเล็ก ๆ มุมถนนมังกรตัดกับถนนเจริญกรุง ผมไม่คิดว่าจะมีร้านอาหารอยู่ในตรอกแคบ ๆ กว้างแค่มอเตอร์ไซด์ผ่านได้ ผมพยายามมองหาร้านอาหารเจ แต่มองไม่เห็น ขณะสอดส่ายสายตาไปมา​ เจอป้ายตัวอักษรแดงบนพื้นเหลืองเหมือนธงที่เขาปักตามร้านขายของเจ ผมก็ชี้ให้แฟนเดินตามป้ายไปโดยลืมร้านเจ๊หลีไปชั่วคราว​ นาทีนี้ขอให้เป็นร้านอาหารเจเถอะ​ จะ​ร้านไหนผมก็ไม่เกี่ยงล่ะ​ ป้ายบอกทางที่ว่ามีลูกศรชี้เข้าไปในตรอกแคบๆ​ เดินตรงเข้าไปก็เห็น​ศาลเจ้าเล็ก ๆ อยู่ในตรอก มีคนจับกลุ่มนั่งกินเหล้า นั่งคุยกันเงียบๆ  ชีวิตดีจัง ไม่ต้องรอให้ถึงเวลาดื่มอย่างเป็นทางการตอน 5 โมงเย็น ข้าง ๆ วงเหล้ามีร้านอาหารเจซ่อนข้าง ๆ ชื่อ​ ร้านเจ๊โอว

รถไฟฟ้า
ศาลเจ้าในซอยเล็ก ๆ บนถนนมังกร ย่านเยาวราช ทุกครั้งที่มีการโยกย้ายจากถิ่นเก่า คนเชื้อสายจีนจะอัญเชิญเทพเจ้าที่นับถือตามไปถิ่นใหม่ด้วย เราจะพบเห็นศาลเจ้าเล็ก ๆ จำนวนมาก ตั้งอยู่ในซอยย่านเยาวราช (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เราสองคนดีใจที่พบร้านอาหารเจ สนุกกับการเดินทางมาเยาวราชด้วยรถไฟฟ้า ตื่นเต้นกับการค้นพบร้านอาหารเจด้วยการค้นหาจากโทรศัพท์  ลิงโลดกับรายการอาหารเจหลากหลายรูปแบบ บางอย่างไม่เคยได้กินมาก่อน แต่พอเหลือบไปเห็นกุ๊กที่สักยันต์เต็มแขน ก็เริ่มรู้สึกว่าการผจญภัยเพิ่งจะเริ่มต้น

พ่อครัวร้านอาหารเจเป็นคนหนึ่งในกลุ่มที่นั่งกินเหล้าอยู่ข้าง ๆ ศาลเจ้า เขาเป็นชายร่างเล็ก ดูไม่ค่อยกังวลกับชุดทำงานมากนัก สวม “กางเกงบอล” ขาสั้น สีน้ำเงิน ผูกเชือกหลวม ๆ เสื้อกีฬาแขนสั้น เผยให้เห็นลายสักรูปมังกรสีแดงเต็มท่อนแขน  ดูเหมือนพวก “ม๊อบสเตอร์” นักเลงใหญ่ในหนังฮ่องกง ผมพยายามเงี่ยหูฟังเสียงว่าเขาพูดภาษาอะไร

“น่าจะเป็นพวกวัยรุ่นไต้หวัน มาหางานทำในย่านจีนเยาวราช” ผมคุยกับแฟน

“ไม่น่าเป็นไต้หวัน สำเนียงฟังไม่เหมือนจีนกลาง” แฟนผมไม่เห็นด้วย

อุยกูร์? มองโกล? ทิเบต? ม้ง? อี๋? หรือว่าจ้วง? ไม่มีคำตอบจากเยาวราช

“ถ้าเกิดอาหารไม่อร่อยเราคงต้องปิดปากเงียบ ขืนแสดงท่าทีโวยวายอะไรออกมา คงโดนอีโต้สับดับคาซอยแน่ ๆ” ผมคิดอยู่คนเดียว ชั่งใจว่าจะบอกแฟนดีไหม แต่กลัวเธอกังวล กินข้าวไม่อร่อย

เราสั่งอาหาร 3 อย่าง

สะตอผัดพริกแกง

เย็นตาโฟน้ำ

ฟองเต้าหู้ทอด

อาหารรสชาติอร่อยทุกจาน โดยเฉพาะฟองเต้าหู้ปรุงรส ทอดในน้ำมันร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ “เชฟมังกร” (the Chinese chef with dragon tattoo) ทำได้ใกล้เคียงกับหมูสามชั้นทอดกรอบ ไม่ว่าจะเป็นรสชาติ หรือรสสัมผัส

รถไฟฟ้า
ฟองเต้าหู้ปรุงรส ทอดในน้ำมันเดือด จิ้มกับแจ่ว รสชาติดี กรอบนอกนุ่มใน (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เริ่มจากอาหารอร่อยถูกปาก ต่อมาก็เป็นบทสนทนาที่ถูกใจ คุยกันสนุกสนานระหว่างแม่ค้ากับลูกค้า คนทำกับคนกิน เจ้าถิ่นเยาวราชกับผู้มาเยือนจากเมืองมีน จนเรานึกขึ้นได้ว่าเวลาตอนนี้ 2 โมงกว่าแล้ว พิพิธภัณฑ์ฯ ปิดเวลา 4 โมงเย็น ถ้าไม่รีบย้ายก้นไปตอนนี้คงหมดโอกาสได้ดู

เราเดินออกมาจากในตรอกด้วยความรู้สึกเหมือนเดินออกจากโรงหนัง หลังดูภาพยนตร์เรื่อง “ไชน่า ทาวน์” ของ โรมัน โปลันสกี (Chinatown’s Roman Polanski) จบ นึกถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกัน ความฉงนสนเท่ห์​ ชีวิตหลากหลายมิติ ที่ซ้อนอยู่ในตรอกแคบ ๆ ของชุมชนชาวจีน เราไม่มีทางได้สัมผัสถ้าเรานั่งรถผ่านไปเฉย​ ๆ การเดินเข้าไปในตรอก ในชุมชนทำให้เราได้เห็นย่านคนจีนอีกหลายแบบ ทำให้นึกถึงบทหนังที่คนชอบยกมาพูดเวลาพบเห็นสิ่งประหลาด ๆ ในย่านชุมชนจีน

“Forget it, Jake, it’s Chinatown.” ช่างมันเถอะเจ็ค ที่นี่มันไชน่าทาวน์

รถไฟฟ้า
พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย หรือท้องพระโรงวังหน้า ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จัดแสงนิทรรศการ “นครรัฐไทยบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ” (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
รถไฟฟ้า
สถานีสนามไชยประดับด้วยเสาสดุมภ์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทางเดิน ลงลายกระเบื้องเป็นดอกพิกุล ปลายเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว ดูสวยงามแบบรัตนโกสินทร์ร่วมสมัย (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

สถานีสนามไชยได้รับคำชื่นชมว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในประเทศไทย ถ้าเปรียบความสวย  สีสันฉูดฉาดสะดุดตา ของสถานีวัดมังกรเหมือนหมวยตัวแม่ “แพนเค้ก” เขมนิจ จามิกรณ์ ในชุดกี่เพ้า ความงามของสถานีสนามไชยน่าจะทำให้นึกถึง “นุ่น” วรนุช ภิรมย์ภักดี ในชุดไทยจักรพรรดิ์

ภายในสถานีตกแต่งแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ร่วมสมัย ใช้สีแดงกับสีทองตัดกับพื้นผนังสีขาวมีการประดับด้วยเสาสดุมภ์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างทางเดิน ลงลายกระเบื้องเป็นดอกพิกุล ปลายเสาประดับด้วยบัวจงกลปิดทองคำเปลว พื้นและผนังจำลองมาจากกำแพงเมือง ประดับด้วยเสาเสมาของพระบรมมหาราชวัง เพดานเป็นลายฉลุแบบดาวล้อมเดือน ปิดทองคำเปลวนับว่าทำได้สวยงาม ผู้ออกแบบ รศ.ดร. ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ต้องการให้รู้สึกเหมือนเป็นท้องพระโรงในสมัยรัตนโกสินทร์ แต่ผมรู้สึกเหมือนก้าวออกจากรถไฟฟ้าแล้วเดินเข้าไปในวัด

อย่างไรก็ตามความดีงามของสถานีสนามไชยคือ ช่วยให้คนเดินทางไปเที่ยวย่านเกาะรัตนโกสินทร์ได้สะดวก จากนี้ไปเราไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถ การหาที่จอดรถ เมื่อเดินทางมาเที่ยวย่านนี้ เพราะเราไม่จำเป็นต้องขับรถมา ซึ่งถูกใจคนที่ชอบเดินเที่ยวในย่านนี้ ย่านที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ อาหาร รวมทั้งพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  การเดินทางมากราบพระแก้วมรกต พระสยามเทวาธิราช พระสิงห์ หรือแม้แต่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งวังหลัง ทำได้สะดวกสบายมากกว่าเดิม

ศิลปะ
พระพุทธรูปทรงเครื่อง (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
ศิลปะ
บัลลังก์พร้อมเครื่องราชกกุธภัณฑ์จำลองทำด้วยทองคำ เครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นพระราชา (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เราเดินทางมาถึงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เวลา 3 โมงเย็น

“พิพิธภัณฑ์ปิด 4 โมงเย็นนะคะ” เจ้าหน้าขายบัตร แจ้งเวลาปิด

“ขอบคุณครับ หนึ่งชั่วโมงก็น่าจะพอ ที่ผมอยากดูจริง ๆ มีไม่กี่ชิ้น” ผมขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยเตือน ว่ามีเวลาในการชมนิทรรศการเพียง 1 ชั่วโมง แต่ไม่ได้บอกว่างานที่ผมอยากดูที่สุดคือภาพแกะสลักไม้ที่พบในวัดเก่าของจังหวัดสุพรรณบุรี

อย่างไรก็ตาม หลังจากก้าวเท้าเข้าไปในห้องจัดแสดงที่เดิมเป็นท้องพระโรงวังหน้าผมรู้สึกได้ว่าเวลา 1 ชั่วโมงนั้นไม่พอสำหรับการดูนิทรรศการนี้

“นครรัฐไทยบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ”เป็นนิทรรศการ ที่กรมศิลปากรคัดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสำคัญกว่า 200 รายการ ที่พบในเมืองโบราณ เช่น นครศรีธรรมราช อยุธยา ลพบุรี ล้านนา แต่ละชิ้นบ่งบอกถึงเอกลักษณ์โดดเด่นของแต่ละเมือง เช่น เครื่องทองอยุธยา พระสิงห์จากล้านนา พระพุทธรูปปางลีลาในสมัยสุโขทัย พระที่นั่งพุดตานวังหน้า ซึ่งเป็นศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตกแต่งด้วยครุฑและเทพพนม ศิลปะแต่ละชิ้นต้องใช้เวลาพอสมควร เพื่อชื่นชมความงามและทำความเข้าใจ กว่าผมจะเดินมาเจอภาพสลักไม้ “จตุโลกบาลนมัสการพระสถูป” ศิลปวัตถุชิ้นที่ผมอยากดูมากที่สุด ก็ปาเข้าไปในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เดินมากระซิบ

“We are closing” เจ้าหน้าที่ประจำห้องจัดแสดง คงคิดว่าผมเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ผมยิ้มและพยักหน้า การอาศัยอยู่ในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวปีละ 30 ล้านคน หลายต่อหลายครั้ง คุณมีโอกาสที่จะได้เป็นคนแปลกหน้าใน “บ้าน” ของตัวเอง

ศิลปะ
ทางเดินเท้าเลียบกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านทิศตะวันตก ติดแม่น้ำเจ้าพระยา (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เราเดินกลับไปที่สถานีสนามไชย ผ่านสนามหลวง มองดูยอดเจดีย์และยอดปราสาทในวังหลวงจับกับแสงอาทิตย์ในยามเย็น สะท้อนแสงระยิบระยับ เดินเลียบกำแพงพระบรมหาราชวังด้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ความงดงามของพระบรมมหาราชวังทำให้เราตั้งคำถามว่ามีบ้านไหนเมืองไหนในภูมิภาคนี้ ที่ยังมีพระบรมมหาราชวังแบบเมืองไทย เดินไปคิดไปจนถึงท้ายวังก็ยังนึกไม่ออก ประเทศไทยโชคดีมากที่พระบรมมหาราชวังไม่โดนระเบิดทำลายในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพา 

เราเดินกลับมาถึงสถานีสนามไชยประมาณ 16.30 น. ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็เดินเข้าสถานีทางด้านประตู 1 หน้าอาคารมิวเซียมสยาม ทางเข้า/ออกด้านนี้ ออกแบบเป็นพิเศษ ไม่ให้บดบังความสวยงามสถาปัตยกรรมยุโรปทรงอิตาเลียน เรอเนสซองส์ (Italian Renaissance) ของมิวเซียมสยาม

เราใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เดินทางจากสถานีสนามไชย กลับบ้านที่มีนบุรี ด้วยการเปลี่ยนรถไฟฟ้าที่สถานีหัวลำโพงและสถานีมักกะสัน ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยม ในเวลาแค่ 1 วัน สามารถทำกิจกรรมได้ 3 อย่าง โดยไม่ต้องหงุดหงิดกับการเดินทาง

เที่ยวกรุงเทพฯ

+ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ให้บริการฟรี ระหว่างทดลองเดินรถ ในเส้นทางสถานีหัวลำโพง-สถานีอิสรภาพ ถึงเวลา 21.00 น. จนถึง 28 กันยายนนี้

+ ร้านอาหารเจ เจ๊โอว อยู่ในซอยแคบ ๆ ระหว่างถนนมังกรกับถนนเจริญกรุง ทำอาหารเจได้รสชาติเผ็ด เข้มข้น จัดจ้านเหมือนอาหารไทยรสเด็ด​

+ นิทรรศการ “นครรัฐไทยบนแผ่นดินสุวรรณภูมิ” จัดแสดงจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์ – อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร