ในคืนวันศุกร์ ที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ โรงแรมหรูหราในย่านถนนวิทยุ “แกะกล่อง” เปิดตัวห้องอาหารระดับพรีเมี่ยม ให้สื่อมวลชนและนักชิมได้สัมผัสรสชาติความอร่อยท่ามกลางปาร์ตี้ที่สนุกสนาน ได้ลิ้มลองอาหารและบรรยากาศแบบดูหนังตัวอย่าง หรือสนีค พรีวิว

หลังจากปิดปรับปรุงห้องอาหารเป็นเวลา 5 เดือน โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทลฯ  ได้เผยโฉมห้องอาหารใหม่จำนวน 4 ห้อง ที่บริเวณชั้น 3 ของโรงแรม ให้บริการอาหารแบบพรีเมี่ยม โดยมีทั้งห้องอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ จากรสชาติ สีสัน การตกแต่งอาหาร ตลอดจนบรรยากาศความสวยงามของห้องอาหาร

 “เราเชื่อว่าการที่โรงแรมฯ มีบริการห้องอาหารระดับพรีเมี่ยมหลากหลายประเภท ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และฝรั่งเศสแนวใหม่ อยู่ในแห่งเดียว จะสามารถดึงดูดใจนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ชื่นชอบความหลากหลาย และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปต่างสถานที่” คุณชูเลง โก ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดิ แอทธินี กล่าวในวันเปิดตัวร้านอาหาร โดยหวังว่าโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักชิม และผู้ชื่นชอบอาหาร ในกรุงเทพฯ

ชูเลง โก ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดิ แอทธินี กล่าวในวันเปิดตัวร้านอาหาร โดยหวังว่าโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักชิม (ภาพ/ดิ แอทธินี)

ห้องอาหารไทย “เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่” (The House of Smooth Curry) ดูดีกับบรรยากาศสวยหรูของคนในยุครัตนโกสินทร์ตอนกลาง ช่วงสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 

มัณฑณากรได้แรงบันดาลใจจากห้องที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ ผู้เป็นเจ้าของวังคันธวาส ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล เราสามารถสัมผัสความหรูหราและความสวยงาม  ได้จากสีสันและลวดลายที่สดใส ในรูปแบบศิลปะช่วง พ.ศ 2460-2470 ผสมผสานอย่างวิจิตรบรรจงกับงานศิลปะ เครื่องปั้นดินเผา และผ้าไทย

เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ ใช้สูตรอาหารตามต้นตำรับชาววัง มีคุณมนตรี จิรฐิติกาลกิจ หรือ “เชฟต้น” เป็นพ่อครัวใหญ่ ปรุงแต่งรสชาติ เผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน ให้อร่อยสมใจอยาก

เชฟต้นเปิดตัวห้องอาหารใหม่แกะกล่องด้วยอาหารโบราณ แกงรัญจวน

แกงรัญจวนฟังชื่อแล้วชวนสยิว ติดเรท 18+ แกงชนิดนี้กำเนิดในรั้วในวัง โดยใช้น้ำพริกกะปิที่กินเหลือติดถ้วย นำมาแกงกับเนื้อวัว หั่นชิ้นโต ๆ  ปัจจุบันหากินยาก คุณมนตรีแกงได้อร่อย แต่ไม่รู้ว่าอร่อยกว่าถ้วยที่นางเอกละครแกงเพื่อ “สอบเข้า” เป็นสะใภ้บ้านจุฑาเทพหรือเปล่า เชฟมนตรีตุ๋นเนื้อวัวจนนุ่ม กลิ่นหอมสดชื่นจากตะไคร้สด ใบมะกรูด รสชาติเผ็ด ๆ จากพริกสด ทำให้อร่อยจนรู้สึกปั่นป่วน รัญจวนใจ คิดถึงน้ำพริกถ้วยเก่า จนเพ้อออกมาเป็นบทกวี

ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
ยำปลาดุกฟู เสิร์ฟในถ้วยใบเล็กเพื่อเรียกน้ำย่อย ที่ห้องอาหารเดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
แกงรัญจวน แกงเนื้อรสจัด กลิ่นหอมสดชื่น ตะไคร้สด ใบมะกรูด และเครื่องเทศ เป็นอาหารจานเด่นของห้องอาหารเดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

แกงรัญจวนชื่อชวนให้สงสัย

ชวนให้ใจปั่นป่วนคร่ำครวญหา

คะนึงนึกถึงรอยยิ้มเจ้ากานดา

กรุ่นกลิ่นผ้าแพรบางคลุมนางนอน

(ชูศรี งามประเสริฐ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

นอกจากอาหารไทยต้นตำรับ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อกยังเปิดห้องอาหารจีน “เดอะ ซิลค์โร้ด” (The Silk Road) มีคุณเชง กัม ซิง หรือที่เรียกกันว่า “เชฟกั๊ม” เป็นคนดูแลอาหารจีนแบบกวางตุ้ง นำ “เป็ดปักกิ่ง” เมนูเด่นของห้องอาหารมาให้ลองชิม พร้อม ๆ กับ อาหารชุดมื้อกลางวัน ประกอบด้วย ติ่มซำ ข้าว ซุป และชา

เดอะ ซิลค์โร้ด The Silk Road
เชฟอาหารจีน โชว์การแล่หนังเป็ดปักกิ่ง โดยเน้นการแล่เนื้อติดหนังตามแบบปักกิ่งแท้ๆ ช่วงเปิดห้องอาหาร “เดอะ ซิลค์โร้ด” (The Silk Road) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เกือบ 4 ชั่วโมง แขกที่ร่วมงานเปิดตัวร้านอาหาร ได้เดินชิมอาหาร ที่เชฟจัดเสิร์ฟในถ้วยใบเล็กให้ลองชิม แบบ tasting menu ตั้งแต่ยำปลาดุกฟู กินแกล้มเหล้ารัมสัญชาติไทย เช่น “แสงโสม” “ฉลองเบย์” ไปจนถึงติ่มซำพรีเมี่ยม ไส้แน่น ๆ แป้งนุ่ม ๆ กินกับชาผู่เอ๋อ

ในช่วงท้าย ๆ ของงานปาร์ตี้ ทุกคนก็มานั่งรวมกันอยู่ที่ห้องอาหารฝรั่งเศส “ดิ อัลเลียม แบงค็อก” (The Allium Bangkok)

ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
“ดิ อัลเลียม แบงค็อก” (The Allium Bangkok) ห้องอาหารฝรั่งเศสเปิดให้บริการอาหารมื้อค่ำ ปรุงแต่งอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิก (Classic French Cuisine) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
หอยนางรม จัดเสิร์ฟในแบบต้นตำรับอาหารฝรั่งเศส (Classic French Cuisine) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
บรรยากาศบาร์เครื่องดื่ม ห้องอาหาร “ดิ อัลเลียม แบงค็อก” (The Allium Bangkok) โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อกฯ (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

ห้องอาหารฝรั่งเศส “ดิ อัลเลียม แบงค็อก” เป็นห้องสีแดง เมื่อเดินผ่านประตูบานเปิด 2 บานใหญ่เข้าไปจะพบบาร์เครื่องดื่มอยู่ซ้ายมือ กลางห้องมีดอกอัลเลี่ยมอยู่ในแจกันขนาดใหญ่ ดอกไม้สีม่วงอ่อน คือที่มาของชื่อห้องอาหารฝรั่งเศส

ภายใต้การควบคุมของร็อกซาน แลงจ์ เชฟสาวจากเนเธอร์แลนด์ ห้องอาหาร ดิ อัลเลียม แบงค็อก นำเสนออาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิก (Classic French Cuisine) โดยนำเข้าวัตถุดิบคุณภาพดีที่สุด และผลิตผลเกษตรอินทรีย์ที่เพาะปลูกในประเทศ เมนูอาหารจะปรับเปลี่ยนทุก 2-3 เดือน เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่หลากหลายตามฤดูกาล ในวันเปิดตัวเชฟร็อกซาน แลงจ์ นำอาหารทะเล และเนื้อแกะอบมาให้ลองชิม

ห้องอาหารสีแดงเข้ม หลายคนในงานอาจคิดเหมือนผม เรียกห้องฝรั่งเศสห้องนี้ว่า “the red room” หรือ ”ห้องแดง” มีผนังกระจกใสตลอดแนวด้านหนึ่งของห้องอาหาร และมีบาร์ยาวพร้อมเก้าอี้ทรงสูงแบบแอนทีคอยู่อีกด้านหนึ่ง มีเสน่ห์ ดูทันสมัย เก๋ไก๋ น่ามอง

ในบางนาที สีแดงชาดของห้องดูเคร่งขรึม กลมกลืนไปกับไวน์สีแดงก่ำ บางจังหวะ เมื่อสีแดงเข้มตัดกับสีขาวและพรายฟองของแชมเปญ ทำให้ดูสดชื่นเปี่ยมด้วยพลัง  

“ห้องแดง” มีไวน์กว่า 200 ชนิด ซึ่งเน้นไวน์โลกเก่า อย่างไวน์จากฝรั่งเศสและอิตาลี พร้อมตัวเลือกที่เน้นความเป็นธรรมชาติไวน์ชีวภาพ และไวน์ออร์แกนิก

อัลเลียม ดอกไม้สีม่วงคือที่มาของชื่อร้านอาหาร “ดิ อัลเลียม แบงค็อก” (The Allium Bangkok) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

ในปาร์ตี้เปิดตัวห้องอาหารใหม่ของ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก แขกทุกคนได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารไทย จีน และฝรั่งเศส ปรุงในแบบต้นตำรับ ขาดก็เพียงห้องอาหารญี่ปุ่น “คินสุกิ แบงค็อก บาย เจฟ แรมซีย์” ที่ยังไม่มี tasting menu ออกมาให้ลองชิม เข้าใจว่า โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล ต้องการเก็บเชฟเจฟ แรมซีย์ ไว้เป็นความลับ รอจัดให้แบบเต็มรูปแบบ

ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก
ห้องอาหารคินสุกิ แบงค็อก บาย เจฟ แรมซีย์ นำเสนออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (ต้นตำรับอาหารชุด) (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

เชฟ เจฟ แรมซีย์ เชฟหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน เกิดที่ประเทศญี่ปุ่น เขาได้ฝึกทำซูชิ กับมาซาโยชิ คาซาโตะ (Masayoshi Kazato) จนได้รับตำแหน่งซูชิมาสเตอร์คนแรกที่เป็นชาวต่างชาติ จากนั้นได้ฝึกฝนกับเชฟชาวสเปนระดับตำนาน อาทิ เชฟโฮเซ่ อังเดรส์ (Chef Jose Andres) และเชฟแฟร์รัน อะเดรีย (Chef Ferran Adria) แห่งห้องอาหาร เอล บุยิ (El Bulli) หลังจากนั้น เขาได้รับการคัดเลือกจาก เชฟชาวญี่ปุ่นระดับสุดยอด ฮิเดะ ยามาโมโตะ (Hide Yamamoto) โดยรับบทบาทสำคัญในการเปิด เดอะ โมเลคิวล่า บาร์ เรสเตอรองต์ (The Molecular Bar Restaurant) ในกรุงโตเกียว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องรอชิมรสชาติอาหารของเชฟหนุ่มคนนี้

ห้องอาหารคินสุกิ แบงค็อก บาย เจฟ แรมซีย์ นำเสนออาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิ (ต้นตำรับอาหารชุด) ที่เชฟหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกันผู้นี้นำเสนอในรูปแบบใหม่ หากแต่ยังคงรักษาแก่นแท้ดั้งเดิมของอาหารได้อย่างชาญฉลาด


โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ

เดอะ เฮาส์ ออฟ สมูท เคอร์รี่ (The House of Smooth Curry) เปิดให้บริการ (ทุกวัน) สำหรับมื้อกลางวัน (12:00-14:30น.) และมื้อค่ำ (18:00-22:30น.)

เดอะ ซิลค์โร้ด (The Silk Road) เปิดให้บริการ (ทุกวัน) เวลาเปิดให้บริการ (ทุกวัน) สำหรับมื้อกลางวัน (12:00-14:30น.) และมื้อค่ำ (18:00-22:30น.)

ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) เปิดให้บริการมื้อค่ำ วันอังคาร – วันเสาร์ (18:00-22:30น.)

คินสุกิ แบงค็อก บาย เจฟ แรมซีย์ (Kintsugi Bangkok by Jeff Ramsey) เปิดให้บริการมื้อค่ำ วันพุธ – วันอาทิตย์(18:00-22:30น.)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 650 8800 อีเมล FB.Theathenee@luxurycollection.com
หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel, Bangkok