เกือบ 20 ปี หลังจากโจเซฟ สตาลินทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซียได้สำเร็จ  เขาสร้างรถไฟใต้ดินมอสโค ยกให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ใหม่ของสหพันธรัฐรัสเซีย ความรุ่งเรืองมองเห็นได้ตั้งแต่ทางเดิน นำไปสู่โถงสถานีที่หรูหรา แม้เทียบชั้นกับพระราชวังเครมลินไม่ได้ แต่ก็เห็นความพยายามของโจเซฟ สตาลิน

นอกจากนี้ รถไฟใต้ดินมอสโคยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ผู้อยากสัมผัสโลกอีกใบหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้กรุงมอสโค

รถไฟใต้ดินมอสโคสร้างในปี พ.ศ. 2478 หรือ 18 ปี หลังการปฎิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ของอาณาจักรรัสเซีย  มีเครือข่ายรางรถไฟโยงใย แผ่กระจายไปทั่วเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นเหมือนเมืองที่อยู่ใต้เมือง เมืองลึกลับที่อยู่ใต้มอสโค ผมมักจะแนะนำคนรู้จักว่าถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวกรุงมอสโค ควรหาโอกาสไปสัมผัส “เมืองใต้ดิน” แห่งนี้

ป้ายบอกทางในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

โจเซฟ สตาลินต้องการให้เส้นทางรถไฟใต้ดินและสถานีต่าง ๆ เชื่อมกับสถาปัตยกรรมสำคัญ ๆ ที่สร้างในยุคสตาลิน

ที่สำคัญสถานีรถไฟใต้ดินแต่ละที่ ต้องออกแบบและตกแต่งให้หรูหรา สวยงาม ผนังกำแพงทำด้วยหินอ่อน ประดับด้วยลวดลายปูนปั้น ห้อยโคมไฟระย้าหรือ  chandelier ส่องแสงสว่างเป็นระยะ ๆ  นำทางสัญจรในอุโมงค์ใต้ดิน

นอกจากนี้ ทุก ๆ สถานีมีมุมศิลปะ หรืออาร์ตแกลอรีจัดแสดงงานศิลปะ เช่น ภาพวาด งานปั้น ให้ผู้โดยสารได้ชมระหว่างรอรถไฟ

รถไฟใต้ดินมอสโค Moscow Underground
คนเดินทางเข้าออกรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)

ผมเดินทางไปมอสโคในเดือนตุลาคม เพื่อต่อรถไฟอีกขบวนไปเมืองคาซาน เมืองเอกของรัฐตาตาร์สถาน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำวอลกา

ช่วงระหว่างรอรถไฟไปคาซาน เรามีเวลาเล็กน้อยสำหรับเดินเที่ยวมอสโค ชมจัตุรัสแดง มหาวิหารเซนต์บาซิล มอสโคและรัสเซียทั้งประเทศกำลังก้าวสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ ท้องฟ้าหลัวไร้สีสัน ลมพัดนำความหนาวเย็นมากระทบเป็นช่วง ๆ จนเราทนไม่ไหว ต้องหนีลงสถานีรถไฟใต้ดิน

จำได้ว่าตอนเดินตามไกด์ของเราลงบันไดเลื่อนที่กรุงมอสโค ผมรู้สึกว่าสถานีรถไฟใต้ดินอยู่ลึกและมืดมาก ระหว่างที่ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนรู้สึกเหมือนเรากำลังค่อย ๆ ดำดิ่งไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด  บางช่วงผ่านจุดที่มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ นาน ๆ จะเห็นคนเดินสวนทาง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเรากำลังเดินอยู่ในอุโมงค์ลับใต้เมืองโบราณ โดยเฉพาะเมื่อหันไปมองไกด์ที่ยืนห่มผ้าอยู่ด้านหลัง เธอเหมือนคนยุคกลางที่ชอบใช้ผ้าห่มพันกาย ซ่อนเร้นตัวตน

ผู้โดยสารใช้บันไดเลื่อน เดินทางเข้าออกสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินมอสโค (ภาพ/บางกอกบิ๊กเอียร์ส)
พื้นที่ชานชาลารถไฟใต้ดินมอสโค ตกแต่งด้วยหินอ่อน ประดับกำแพงด้วยงานปูนปั้น (ภาพ/พูวดล ดวงมี)
สถานีรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/พูวดล ดวงมี)
“โจเซฟ สตาลินต้องการสร้างสถานีรถไฟใต้ดินให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ ตกแต่งให้ดูสวยงาม รวมทั้งมีแกลเลอรีแสดงงานศิลปะ เขาตั้งใจบอกกับทุกคนว่าภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์  ประเทศรัสเซียมีอนาคตที่สดใส อนาคตที่คนชนชั้นแรงงานร่วมมือกันสร้างขึ้นมา
ภาพศิลปะทั้งหมดบอกเล่าเรื่องราวการปฏิวัติในรัสเซีย การสนับสนุนของชาวนาในชนบทและคนใช้แรงงานในอุตสาหกรรมอื่น ๆ
– อาลีน่า อดีตอาจารย์สอนวรรณกรรม ที่ผันตัวเองมาเป็นไกด์นำเที่ยว อธิบายความหรูหราของสถานีรถไฟใต้ดิน 
ภาพโมเซอิคในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค แสดงการปราศัยของ วลาดีมีร์ เลนิน ในช่วงการปฏิวัติในรัสเซีย (ภาพ/พูวดล ดวงมี)
โจเซฟ สตาลิน
ภาพโมเซอิคในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค แสดงภาพประชาชนชาวรัสเซียร่วมแสดงความยินดีกับโจเซฟ สตาลิน หลังทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

โจเซฟ สตาลินต้องการสร้างสถานีรถไฟใต้ดินที่มอสโคให้เป็น ”พระราชวัง” ของชนชั้นแรงงาน ทีปลดแอกตัวเองจากกษัตริย์ ขุนศึก ศักดินา มาอยู่กับสหายร่วมพรรคคอมมิวนิสต์

ต้องยอมรับว่าเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินที่ไม่ธรรมดา ผมคิดว่าโจเซฟ สตาลิน ผู้นำที่เพิ่งโค่นล้มระบบกษัตริย์ของอาณาจักรรัสเซีย ต้องการให้ประชาชนชาวรัสเซีย สหายเดินดินกินขนมปังข้างถนน อย่างน้อยได้มีโอกาสสัมผัสความหรูหราบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ของหรูหราราคาแพงเหล่านี้มีให้เห็นแต่ในพระราชวัง

นอกจากโถงทางเดินและชานชาลาที่หรูหรา ทุกสถานีมีแกลลอรีแสดงงานศิลปะ งานแต่ละชิ้นสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคต่างกัน  มีหลายภาพใช้เทคนิคโมเซอิค ด้วยการนำกระจกหรือกระเบื้องสีชิ้นเล็ก ๆ ประกอบรวมกันให้เป็นภาพ งานศิลปะบางชิ้นใช้วิธีการเขียนสีลงบนปูนเปียก แต่งด้วยกรอบปูนปั้น แต่มีอย่างหนึ่งที่มีเหมือนกันหมดทุกภาพคือ การโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์

รถไฟใต้ดินมอสโค
คนเดินทางสัญจรในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/พูวดล ดวงมี)
คนเดินทางสัญจรในสถานนีรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/พูวดล ดวงมี)
คนรอรถไฟในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

สถานีซามอสคโวเรตสกายา (Zamoskvoretskaya) เป็นสถานียอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว สถานีนี้ได้แรงบันดาลใจจากวลาดีมีร์ มายาคอฟสกี (Vladimir Mayakovsky) ศิลปินชาวรัสเซีย ที่ได้รับความนิยมช่วงก่อนการปฏิวัติ ปี 1917 งานออกแบบเน้น  “Futurism” อนาคตใหม่ของรัสเซีย เพดานสถานีมีโดมรูปวงกลมจำนวน 24 วง ประดับด้วยบทกวีของวลาดีมีร์ มายาคอฟสกี “ท้องฟ้าของมอสโค” ทำด้วยเทคนิคโมเซอิค

“ตอนสร้างเสร็จใหม่ ๆ รถไฟดินมอสโคเปิดให้บริการแค่ 13 สถานี” อาลีน่าเล่าต่อ

คำว่า “ใหม่ ๆ” ของอาลีน่าหมายถึงปี พ.ศ. 2478 หรือ 3 ปีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2475 ปัจจุบันนี้ก็ปาเข้าไป 84 ปี เวลานี้รถไฟฟ้าใต้ดินมีสถานีรับ-ส่งผู้โดยสารจำนวนทั้งหมด 186 สถานี

คนเดินทางสัญจรในสถานนีรถไฟใต้ดินมอสโค
คนเดินทางสัญจรในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค (ภาพ/พูวดล ดวงมี)

ท่ามกลางแสงเปล่งประกายจากโคมระย้าริมชานชาลาและแสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ สถานีรถไฟใต้ดินมอสโคเต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับ มีเรื่องจริงผสมเรื่องจินตนาการ เล่าลือปนเปกันไป เล่ากันว่ามีเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินที่สร้างคู่ขนานกับเส้นทางสายสาธารณะ สงวนไว้สำหรับผู้นำประเทศ และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ระดับสูงเท่านั้น ยังไม่เคยมีใครเห็นเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินสายนี้ คุณอาจจะเป็นคนแรกที่หาทางเข้าเจอ

บรรยากาศภายในขบวนรถไฟฟ้าใต้ดินก็น่าสนใจ ไม่แพ้ความหรูหราริมชานชาลา

มอสโคเป็นเมืองหลวงของประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มีเผ่าพันธุ์ย่อย ๆ มากกว่า 170 เผ่าที่พูดภาษาต่างกัน  คนเหล่านี้เข้ามาทำมาหากินในมอสโค มานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินขบวนเดียวกัน  เราจะเห็นคนใส่เสื้อผ้าแปลกตา พูดภาษาไม่เหมือนกัน พากันขึ้นลงรถไฟฟ้าในแต่ละสถานี  ถ้าใครชอบยืนกระทบไหล่กับคนแปลกหน้า รับรองต้องชอบบรรยากาศในสถานีรถไฟใต้ดินมอสโค มันเหมือนได้หลุดเข้าไปในบรรยากาศนัวร์  ๆ เหมือนในหนัง “Blade Runner” ของผู้กำกับ Ridley Scott

ทุกวันนี้ สถานีรถไฟใต้ดินมอสโคเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม  มักจะอยู่ในโปรแกรม “เดินเที่ยวมอสโค” ของบริษัทนำเที่ยว

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางชมสถานีต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยดาวน์โหลดแอพลิเคชั่น (application) ชื่อ “The Underground Mysteries” ลงในโทรศัพท์มือถือ มีให้ใช้ในทั้งระบบ iSO ของไอโฟน และระบบ Android

มอสโค

+ นักท่องเที่ยวที่ถือหนังสือเดินทางไทย สามารถเดินเข้าประเทศรัสเซียได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า 

+ การบินไทย และสายการบินแอโรฟลอต ให้บริการเที่ยวบินตรง ระหว่างกรุงเทพฯ – มอสโค