ร้านอาหาร ดิ อัลเลียม แบงค็อก (The Allium Bangkok) ในโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล มอบความสุขทุกสัมผัสผ่านอาหารฝรั่งเศสรสชาติเยี่ยม และไวน์ดี ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ที่สลับสับเปลี่ยน มาเติมเต็มรสชาติอาหาร และสร้างสีสันให้บทสนทนา

“อามุส บุช” ชุดเรียกน้ำย่อยทำให้เราตื่นตาตื่นใจ อดใจแทบไม่ไหวที่จะได้เห็นจานต่อไป

ดิ อัลเลียม แบงค็อก จัดอามุส บุช ให้ลอง 3 ชุด คือ “Garden” “Sea” และ “Land” ทยอยเสิร์ฟในจานเล็ก ๆ ให้ขบเคี้ยวสนุกปากกระตุ้นความอยากอาหารก่อนถึงจานหลัก

ในชุด “Garden” ร้านเลือกใช้ถั่วลันเตาหวาน บร็อคโคลี่ คลุมเฉดสีด้วยสีเขียวสด ตัดกับสีดำด้านของชามหินแกรนิต ตรงตามความตั้งใจของเชฟที่ต้องการพาเราเดินทางไปสู่ค่ำคืนพิเศษ ด้วยสวนสวยขนาดพอดีคำ เชฟจัดให้กินคู่กับครีมถั่วหวาน เลมอนเจล ซอสเพสโต้ ได้สัมผัสความกรุบกรอบจากพาเมซาน คริสปี้ ตกแต่งด้วยดอกไม้ที่เชฟปลูกไว้ในสวนของโรงแรม 

นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้น ของการเดินทางไปกับอาหารฝรั่งเศสชุดพิเศษ “Memories” ที่เชฟนำความทรงจำและเรื่องราวต่าง ๆ มาเล่าเรื่องด้วยอาหารฝรั่งเศส ที่จัดเสิร์ฟแบบ Tasting menu จำนวน 10 คอร์ส

ดิ อัลเลียม แบงค็อก เป็นห้องอาหารฝรั่งเศส ตกแต่งสวย ร่วมสมัย น่านั่ง เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา เสิร์ฟอาหารสไตล์ French Classic ได้กินอาหารครบ 3 แบบ ตั้งแต่ชุดเรียกน้ำย่อย อย่างอามุส บุช จานเมนคอร์ส ไปถึงจานชีส หรือของหวาน 

ร้านตั้งอยู่ใน ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล โรงแรมหรูหรา 5 ดาว ในย่านถนนวิทยุ ย่านที่เต็มไปด้วยอาหารอร่อย เช่น ร้านสงวนศรี เจ้าเก่าที่ปักหมุดอยู่หัวมุมเพลินจิตวิทยุ  ร้านยามาซาโตะ จุดหมายปลายทางอาหารญี่ปุ่นระดับสุดยอด ในโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ไปจนถึงร้านเสน่ห์จันทร์ ในกลาสเฮ้าส์ แอท สินธร ที่จัดสำรับกับข้าว อาหารไทยแท้ ๆ ขึ้นโต๊ะแบบไฟน์ไดน์นิ่ง ล้วนถูกใจนักกินทั้งนั้น

การเปิดตัวร้าน ดิ อัลเลียม แบงค็อก ทำให้เรามีโอกาสได้สัมผัสความสวยงามของชีวิตผ่านอาหารฝรั่งเศส ที่ใช้เทคนิคและศิลปะการปรุงแต่งขั้นสูง สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคกลาง ใครมองหานิพพานจากอาหาร ต้องแวะไปลิ้มรสอาหารฝรั่งเศสบ่อย ๆ

 

ดิ อัลเลียม แบงค๊อก
ดิ อัลเลียม แบงค็อก ร้านอาหารฝรั่งเศส ในโรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล

ดิ อัลเลียม แบงค็อก ตั้งชื่อตามต้นอัลเลียม (allium) พืชล้มลุกตระกูลหอมและกระเทียม มีหัวอยู่ใต้ดินคล้าย ๆ หัวหอม โดดเด่นด้วยดอกสีม่วงคราม เกาะตัวกันเป็นพู่กลม ๆ ขนาดประมาณลูกส้มโอ คงมีคนสงสัยเหมือนผมว่าทำไมนำชื่อต้นไม้ดอกสีม่วงมาตั้งเป็นชื่อร้านอาหารที่อาบด้วยสีแดงชาด ตั้งแต่ประตูทางเข้าไปถึงผนังด้านใน หันไปทางไหนก็รู้สึกคอแห้ง อยากได้ไวน์แดงมาดื่มแก้กระหาย

จริง ๆ แล้วคำว่า อัลเลียม ยังหมายถึงสมุนไพรและเครื่องเทศประเภทหัวนานาชนิดอย่างเช่น หัวหอม กระเทียม ลีค ไชฟว์ นี่คงเป็นที่มาของชื่อร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งใหม่ บนถนนวิทยุ

ดิ อัลเลียม แบงค็อกมี ร็อกซาน แลงจ์ เป็นเชฟใหญ่

เชฟหญิงชาวเนเธอร์แลนด์คนนี้ มีประสบการณ์ในร้านอาหารระดับมิชลินหลายแห่งในยุโรป รวมทั้งเคยเป็นผู้ช่วยเชฟเฮงก์ ซาเวลเบิร์ก (Henk Savelberg) ที่เนเธอร์แลนด์ ก่อนที่จะย้ายมาเป็นเชฟหัวหน้าห้องอาหารซาเวลเบิร์กในไทย ร็อกซาน แลงจ์ เลือกวัตถุดิบอินทรีย์นำเข้าจากยุโรป ผสมผสานกับพืชผักออร์แกนิคที่หาได้จากแหล่งผลิตในไทย เช่น กุ้งออร์แกนิคจากปัตตานี มะเขือเทศ และชีสนมแพะจากเชียงใหม่ เนื้อปู และอีกหลายอย่างที่หาได้ในบ้านเรา

เมนูมีให้เลือกทั้งแบบ A la carte และ Tasting Menu โดยสามารถเลือกได้ 3 แบบ ตามจำนวนคอร์สที่แตกต่างกันไป คือ 6 8 และ 10 ในราคา 2,480 บาท  2,980 บาท และ 3,280 บาท  นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ปรุงจากพืชผักล้วนให้คนที่อยากกินมื้อเบา ๆ และคนที่กินมังสวิรัติอีกด้วย ใครที่อยากได้ไวน์มาจับคู่กับอาหาร จ่ายเพิ่มอีก 1,900  บาท ก็จะได้ไวน์มาจับคู่กับอาหารแต่ละจานเพื่อเพิ่มรสชาติ รสสัมผัส รวมถึงกลิ่นของอาหารให้โดดเด่นขึ้นไปอีกระดับ

ทุกเมนู ร็อกซาน แลงจ์ ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางของเธอ

Cocollos Oyster & Osciestra Caviar หอยนางรมจานนี้เริ่มจากความทรงจำ ครั้งหนึ่งเชฟได้เดินย่ำบนชายหาดในยามค่ำคืนที่มีแสงจันทร์กระจ่าง เธอใช้หอยนางรมจากเมือง Marennes Oléron ในฝรั่งเศส ที่ขึ้นชื่อเรื่องหอยนางรมแสนอร่อย มาสื่อถึงพระจันทร์สีขาวนวล จัดเสิร์ฟกับไข่ปลาคาเวียร์สเตอร์เจียนระดับพรีเมี่ยม จานนี้ชุ่มฉ่ำเต็มกระพุ้งแก้มด้วยเนื้อหอยนางรม มีรสเค็มบาง ๆ ของคาเวียร์ช่วยประคองเนื้อนิ่ม ๆ ของหอยนางรมให้มีมิติชัดเจนขึ้น ร็อกซาน แลงจ์ไม่ได้บอกว่าเธอใช้อะไรสื่อถึงน้ำทะเล แต่ผมเชื่อว่าน่าจะเป็น Nua Prosecco Vino Spumante Extra Dry สปาร์คลิ้งไวน์จากอิตาลี ที่เชื้อเชิญด้วยพรายฟองเปล่งประกาย คล้าย ๆ ฟองคลื่นยามต้องแสงจันทร์  ถูกคู่กันดีระหว่างหอยนางรมฝรั่งเศสหวานฉ่ำ กับไวน์กลิ่นหอมละมุนเหมือนผลไม้สุกของโพรเซ็กโก้

จานต่อมาเป็นสลัดมะเขือเทศ (Chiang Mai Tomato  Salad) สดและรสชาติดี จานนี้ทำเห็นวัฒนธรรมการกินของคนฝรั่งเศสที่สรรหาวิธีต่าง ๆ นานามาปรุงอาหาร จะกินแบบพื้น ๆ ธรรมดา ๆ นั้นไม่ใช่ฝรั่งเศส เชฟนำมะเขือเทศจากโครงการหลวงมาปอกเปลือก คลุกเคล้ากับซุปเย็นกัซปาโช แต้มแต่งด้วยเจลลี่มะนาวและมะเขือเทศ เนื้อมะเขือเทศที่ทำออกมาเป็นวุ้นกลม ๆ  ก่อนนำไอศกรีมทำจากมะเขือเทศมาประดับเหมือนเป็นเพชรยอดมงกุฎ  สลัดจานเล็ก ๆ แต่ใช้เทคนิคแพรวพราว พาเราไปสัมผัสมะเขือเทศในมิติและรสสัมผัสที่แตกต่าง

ปลากะพงแดง (Red Snapper & Sun Choke) เป็นอีกจานหนึ่งที่อยากให้ลอง เชฟใช้ปลากะพงจากแหล่งน้ำธรรมชาติ รับซื้อจากชาวประมงพื้นบ้าน จานนี้ก็ไม่ธรรมดา

เธอนำเนื้อปลามาแช่ในน้ำเกลือประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มรสชาติให้เนื้อปลา จากนั้นนำไปอบไอน้ำประมาณ 10 นาที เพื่อให้ได้เนื้อปลาที่นุ่ม เชฟใช้สตูว์ผักราตาตูย (Ratatouille) อาหารพื้นเมืองของฝรั่งเศสรองพื้นให้ปลานึ่ง แต่งเนื้อปลาด้วยครีมพริกหยวกแดง  แก่นตะวันทอดกรอบ มันหวานทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมซอสเนยแบบฝรั่งเศส (Miso beurre blanc) เนื้อปลาสด รสชาติดี และดีที่สุดเมื่อได้กินแกล้มกับไวน์ขาว จานนี้ทางร้านจัดให้กินกับไวน์ขาว การ์มองเต้ ที่ผลิตจากองุ่นเชนิน บลอง ปลูกในเขตวังน้ำเขียว ถือว่าเป็นการจับคู่ ระหว่างปลาในอ่าวไทยกับไวน์ของที่ราบสูงโคราช อร่อยจนลืมไม่ลง

อีกจานหนึ่งที่ผมไม่ได้กินมานานแล้วคือฟัวกรา เพราะช่วงหลัง ๆ ผมเริ่มอ่อนไหวกับเรื่องราวตับห่าน แต่ฟัวกราจานนี้ ร็อกซาน แลงจ์ ทำจากตับเป็ดที่เลื้ยงในฟาร์มปล่อย ขั้นตอนต่าง ๆ ไม่มีการทรมานสัตว์ เชฟนำตับเป็ดมาปรุงด้วยไฟแรง เพื่อขับสีสันให้ออกมาสวยงาม ได้สัมผัสแบบกรอบนอกนุ่มใน แฟน ๆ ฟัวกราควรได้ลอง

ดิ อัลเลียม แบงค๊อก
เนื้อโครงแกะย่าง กรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟกับหน่อไม้ฝรั่ง

จาก อามุส บุช เรียกน้ำย่อย เราได้ร่วมเดินทางกับร็อกซาน แลงจ์ ผ่านอาหารหลายจาน เพื่อนร่วมโต๊ะคุยกันสารพัด ตั้งแต่ไวน์แก้วแรกที่คุยกันเรื่องชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หลังจากน้ำลายแตกฟองเมื่อได้ร่ำสาเก และปิโน นัวร์ (Pinot Noir)  เรื่องพระ เจ้า นักการเมืองและเรื่องอื่น ๆ ก็ไหลเข้ามาเพิ่มสีสัน ในช่วงระหว่างนั่งรอสเต็กเนื้อซีโครงแกะ (lamb & green asparagus Iberico lamb) จานเด็ดของคืนนี้  

เนื้อใช้ทำสเต็กคัดมาอย่างดี จากเนื้อแกะที่เลื้ยงตามธรรมชาติ บริเวณเทือกเขาสูงของสเปน

เชฟใช้เทคนิคการปรุงพิเศษด้วยการปรุงแบบซูสวีด (sous vide) ทำให้เนื้อแกะนุ่มแต่ยังชุ่มฉ่ำ ก่อนนำไปย่างไฟ สร้างรสสัมผัสกรอบนอกแต่นุ่มใน กินกับหน่อไม้ฝรั่งที่เติมแต่งด้วยดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ มองเห็นความสวยงามและอ่อนหวานที่ซ่อนอยู่ในใจของเชฟสาว ร็อกซาน แลงจ์ ที่ชอบทำมากกว่าพูด เธอทำสเต็กแกะออกมาได้นุ่ม ไม่มีกลิ่นสาบแกะ อร่อยจนอยากเจอกันอีกนอกรอบในแบบ A la carte จานเดี่ยว ๆ ที่ได้เนื้อได้หนังมากกว่านี้  เคี้ยวหนึบ ๆ กับไวน์แดงบอดี้หนา ๆ  จากแคว้นบอร์โดซ์

นี่คือความสวยงามของค่ำคืนนี้

อาหารฝรั่งเศสเนื้อซี่โครงแกะที่ปรุงรสได้หลากรสสัมผัส และแต่งจานอย่างสวยงามโดยเชฟสาวชาวเนเธอร์แลนด์ จับคู่กับไวน์แดง La Croix de La Brie ของไวน์เมกเกอร์หญิงจอมแกร่ง Axelle Courdurié ในแคว้นบอร์โดซ์  จัดเสิร์ฟในร้าน ดิ อัลเลียม แบงค็อก ของ ดิ แอทธินี โฮเทลแบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ที่มี ชูเลง โก หญิงแกร่งอีกคนหนึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไป เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ ที่จะมีผู้หญิงถึง 3 คน เข้ามาสร้างสีสันในค่ำคืนเดียวกัน 

ดิ อัลเลียม แบงค็อก

เวลาเปิดให้บริการ วันอังคาร – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์)

มื้อกลางวัน                  12:00 – 14:30 น.

มื้อค่ำ                        18:00 – 22:30 น.