นาทีแรก ๆ ที่ได้เหยียบย่างเข้าไปในย่านเมืองเก่าของอู่เจิ้น ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน นักท่องเที่ยวหลายคนคิดถึงฉากบ้านเมืองในหนังจีนกำลังภายใน

เมืองอู่เจิ้นเปิดประตูรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนด้วยบ้านไม้สองชั้นเก่า ๆ ตั้งเรียงรายอยู่ริมทางเดินปูด้วยหินสกัดก้อนเล็ก ๆ แบบโบราณ  ร้านน้ำชา ร้านอาหาร ร้านขนม และร้านขายดอกไม้แห้ง ร้านดอกเก็กฮวยแห้ง ดอกส้ม ดอกกุหลาบ  ตั้งสลับเรียงรายกันไปตลอดทาง  บางช่วงมีทางเดินแคบ ๆ เชื่อมต่อถนนกับท่าน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นสะพานรูปพระจันทร์เสี้ยว เห็นเรือแจวลำเล็ก ๆ ลอยต่อกันเป็นทอด ๆ ตัดกับเจดีย์จีนตั้งอยู่ห่างออกไปทางด้านหลัง  ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน ย่านเก่าในอู่เจิ้นดูสวยงาม คลาสสิก ราวกับหลุดออกมาจากภาพถ่ายสมัยโบราณ

หลังจากชื่นชมเมืองอู่เจิ้นไปสักพัก มองซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ นักท่องเที่ยวบางคนเริ่มสงสัยว่าอู่เจิ้นเป็นเมืองเก่าจริง ๆ หรือเป็นแค่ “สวนสนุก” ที่การท่องเที่ยวจีนสร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวชื่นชมชุมชนโบราณริมแม่น้ำ

อู่เจิ้นเป็นได้ทั้ง 2 อย่าง ชุมชนริมแม่น้ำแห่งนี้เป็นทั้งเมืองเก่า และเมืองใหม่ในเวลาเดียวกัน

เมืองอู่เจิ้นตั้งอยู่ริมคลอง “ปักกิ่ง-หางโจว” ตัวเมืองล้อมรอบไปด้วยสายน้ำลำคลองจำนวนมาก จนได้ชื่อว่าเป็น “เวนิสของจีน” ในย่านเมืองเก่าเต็มไปด้วยบ้านไม้เก่า ๆ สองชั้น ตั้งเรียงรายสองข้างทางเดิน มองดูสวยงามคลาสสิก ถ่ายรูปออกมาดูสวยงามทุกมุม ถือเป็นเมืองที่ถูกใจนักท่องเที่ยว ที่ชอบถ่ายรูปท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุค

“หลักฐานทางประวัติศาสตร์ทำให้เรารู้ว่ามีคนตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่บริเวณอู่เจิ้นเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว” ไกด์จีนสวมหมวกนักโบราณคดี คุยจ้อเรื่องเมืองอู่เจิ้นให้พวกเราฟัง ช่วงระหว่างเดินชมเมืองเก่า

เรื่องความเก่านั้นต้องยอมรับว่าอู่เจิ้นเก่าจริง ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองมีชุมชนโบราณแห่งหนึ่งชื่อซินฉวน ที่หมู่บ้านซินฉวนนักโบราณคดีพบโครงกระดูกมนุษย์ยุคหินใหม่ (Neolithic Period) ฝังอยู่ใต้ดิน อายุไม่น่าจะน้อยกว่า 7 พันปี เก่าไหมล่ะครับ 

“ตอนรัฐบาลจีนซื้อชุมชนโบราณแห่งนี้ใหม่ ๆ มีบ้านเก่าสภาพทรุดโทรมไม่กี่หลัง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายใหญ่” ไกด์เล่าต่อ “หลังจากนั้นรัฐบาลได้ร่วมกับบริษัทเอกชน ฟื้นฟูเมืองเก่าแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว”

อู่เจิ้น wozhen
อู่เจิ้น – นักท่องเที่ยวนั่งเรือแจวชมย่านเก่าในอู่เจิ้น เมืองสำคัญทางการค้าในอดีต ที่มีสายน้ำล้อมรอบจนได้รับสมญานามว่า “เวนิสของจีน” ภาพ/พูวดล ดวงมี

แม่น้ำที่ไกด์พูดถึง จริง ๆ แล้วเป็นคลองขุดขนาดใหญ่ชื่อ “คลองปักกิ่ง-หางโจว” มีความยาวกว่า 1,700 กิโลเมตร เชื่อมกรุงปักกิ่งกับเมืองหางโจว คลองเส้นนี้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำเส้นประวัติศาสตร์ ช่วยส่งเสริมการค้าขายผ้าไหม แพรพรรณและสินค้าอื่น ๆ ระหว่างเมืองทางด้านเหนือกับทางด้านใต้แม่น้ำแยงซีเกียง

เมื่อไกด์บอกว่ารัฐบาล “ซื้อ” ชุมชนโบราณจากชาวบ้าน เขาหมายถึงรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้าน ก่อนอพยพพวกเขาออกไปจากเขตเมืองเก่า เพื่อเปิดทางให้บริษัทพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว

อู่เจิ้น – บานหน้าต่างประดับบ้านในย่านเมืองเก่า ภาพ/พูวดล ดวงมี
อู่เจิ้น – งานแกะสลักไม้บนแผงช่องลม ภาพ/พูวดล ดวงมี

บริษัทเอกชนได้เปลี่ยนเมืองเก่าให้เป็นเมืองท่องเที่ยว

จีนนั้นไม่เป็นรองใครเรื่องลอกเลียนแบบ บริษัทเอกชนรู้ดีว่าคนจีนส่วนใหญ่คิดถึงเรื่องราวเก่า ๆ คิดถึงอดีต เริ่มจากบ้านโบราณเก่า ๆ ไม่กี่หลัง บริษัทเอกชนสร้างบ้านเก่าขึ้นเต็มเมือง นอกจากนี้ พวกเขาได้สร้างโรงแรม โฮสเทล เกสต์เฮาต์ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกเพิ่ม เพื่อให้อู่เจิ้นเป็นเมืองโบราณสำหรับการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ คิด ๆ ดูก็ขำดี ตอนปฏิวัติวัฒนธรรมปี ค.ศ. 1950 กลุ่มคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าพากันเดินเท้าไปทั่วแผ่นดินจีน ช่วยกันทำลายมรดกทางวัฒนธรรมทิ้งเกือบหมด มองกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจเก่า ปฏิวัติได้ไม่ถึง 100 ปี คนจีนต้องพากันสร้างของเก่าขึ้นมาใหม่

อู่เจิ้นเป็นเมืองใหม่ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นจากเถ้าถ่านของอดีต ทุกวันนี้มีบ้านโบราณตั้งกระจายทั่วเมืองเก่า ร้านรวงต่าง ๆ เชื่อมเข้าหากันด้วยตรอกซอยเล็ก ๆ ปูด้วยก้อนหินสี่เหลี่ยมแบบโบราณ พูดได้อีกอย่างว่าอู่เจิ้นได้ถูกสร้างขึ้นเป็น “ธีมปาร์ค เมืองโบราณ” ในเมื่อเป็นธีมปาร์คเป็นสวนสนุก ทุกคนก็ต้องควักเงินซื้อตั๋วถ้าอยากจะเข้าไปเที่ยว อยากจะเข้าสัมผัสความสุข ความรู้สึกเก่า ๆ

อู่เจิ้น wuzhen
อู่เจิ้น – นักท่องเที่ยวจีนเดินเดินเที่ยวชมในย่านเมืองเก่าอู่เจิ้น เมืองที่อยู่บนเส้นทางการค้าทางน้ำสายประวัติศาสตร์ ริมคลองปักกิ่ง-หางโจว ภาพ/พูวดล ดวงมี

ในเมืองเก่าไม่มีคนอาศัยอยู่จริง

เราพักกันในโรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า นักท่องเที่ยวทุกคนไม่ว่าจะเดย์ทริปเปอร์ มาเช้ากลับเย็น หรือเข้ามาพักค้างแรม จะต้องไปเริ่มต้นที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ทุกคนต้องไปซื้อตั๋ว ลงทะเบียนที่นั่น หลังจากเราจัดการเรื่องเช็กอินเข้าโรงแรมบริเวณเคาน์เตอร์ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะรับกระเป๋าเดินทางไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ของโรงแรมจะมาขนกระเป๋าของเราไปรอที่ห้องพัก ในช่วงที่เรากำลังเดินเยี่ยมชมย่านเก่าของอู่เจิ้น

ในย่านเมืองเก่า เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินกันขวักไขว่ ไหล่ชนไหล่ ทุกคนดูสนุกสนานกับการถ่ายรูป ฝ่ายแม่ค้าก็วุ่นวายกับการขายเบียร์ ขายบะหมี่ ขายของที่ระลึก แต่ถ้าเราสังเกตดี ๆ จะพบว่ามีหลายอย่างหายไปชุมชนแห่งนี้ ผมมองไม่เห็นหมา แมว สัตว์เลื้ยงสักตัวก็ไม่มี ผ้าสักผืนก็ไม่มีตากให้เห็น ไม่มีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นซุกซนเหมือนตลาด 100 ปีสามชุก หรือเมืองอื่น เท่าที่เห็นก็มีแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวเดินตามไกด์เป็นแถวยาวเหมือนลูกเป็ด ที่เหลือก็เป็นพ่อค้าและแม่ค้าขายของในเมืองเก่า

อู่เจิ้น – นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินเที่ยวย่านเมืองเก่าอู่เจิ้น แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน ภาพ/พูวดล ดวงมี
อู่เจิ้น – บ้านเรือนในย่านเมืองเก่าเชื่อมกันด้วยตรอกแคบ ๆ และทางเดินปูด้วยก้อนหินแบบโบราณ ภาพ/พูวดล ดวงมี

จริง ๆ แล้วย่านเมืองเก่าของอู่เจิ้นนี้เป็น “เมืองร้าง” ร้างมาตั้งแต่รัฐบาลจีนอพยพคนออกจากเมือง

คนที่เราเห็นเดินไปเดินมา ไม่ว่าจะเป็นคนขายบะหมี่ คนแจวเรือ คนย้อมผ้า หรือแม้แต่นกกาน้ำที่ผูกไว้กับเรือหาปลา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่มีอยู่จริง แต่ถูกจัด ถูกจ้างมาประกอบฉากในย่านเก่า จัดมาเติมเต็มความสุขของนักท่องเที่ยว อู่เจิ้นคือโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนในแต่ละวัน พ่อค้าแม่ค้าจะเริ่มเก็บของ ปิดไฟ ปิดร้าน พากันออกไปนอนบ้านที่ตั้งอยู่นอกเมืองเก่า ปล่อยให้นักท่องเที่ยวที่ถวิลหาอดีตนอนในเมืองร้างแห่งนี้ เรื่องนี้ถือเป็นตลกร้ายที่น่าขำที่สุด ในเมื่อนักท่องเที่ยวชอบอดีตมาก คิดถึงอดีตมาก ก็พากันนอนในเมืองร้างไปเลยก็แล้วกัน 

อย่างไรก็ตาม อู่เจิ้นยังเป็นเมืองที่น่าเที่ยวเมืองหนึ่งถ้าเราไม่คิดมาก อู่เจิ้นเป็นเมืองที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวย ชุมชนริมแม่น้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่า ๆ ดูคลาสสิก ทุกย่างก้าวในอู่เจิ้นเหมือนเรากำลังเดินพลัดหลงเข้าไปในเมืองโบราณอายุหลายร้อยปี ไม่ว่าจะหันกล้องไปทางไหนก็ได้รูปสวย ๆ ทุกครั้ง รับรองถูกใจ “เซลฟี่ คิง” กับ “เซลฟี่ควีน” แน่นอน

เท้าเล็กเท่าดอกบัว

นอกจากบ้านเรือนเก่า ๆ อู่เจิ้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง หนึ่งในนั้น คือ “พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมการรัดเท้าของจีน” (Chinese Footbinding Culture Museum) พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุด นำเสนอเรื่องราวและวิถีชีวิตของคนจีนเรื่องการรัดเท้าได้น่าสนใจ

ในสมัยโบราณ คนจีนคงชื่นชอบผู้หญิงเท้าเล็ก เท้าเล็ก ๆ เท่าดอกบัวคงบ่งบอกว่าเป็นคนมีบุญวาสนา เกิดในครอบครัวที่มีฐานะทางการเงิน พ่อแม่สมัยก่อนจึงรัดเท้าลูกสาวด้วยผ้าตั้งแต่เด็ก ๆ เพื่อให้ได้เท้าเล็ก ๆ สวยงามขนาดเท่าดอกบัว ทันทีที่เราได้เห็นรองเท้าผ้าปักขนาดเท่า ๆ กำมือเด็กในพิพิธภัณฑ์ เราต่างยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออกไปหลายวินาที จ้องมองรองเท้าอย่างเงียบ ๆ พยายามนึกถึงความสวย สลับกับความเจ็บปวด  คนเราไม่ว่าจะยากดีมีจน ต่างหนีความเจ็บปวด ทรมานไม่พ้น 

อู่เจิ้น – รองเท้าผ้าทรงสามเหลี่ยม มีปลายแหลม ช่างตัดเย็บให้เข้ารูปกับปลายเท้าที่ถูกรัดให้เล็กลง ภาพ/พูวดล ดวงมี
อู่เจิ้น – แผ่นแป้งทอด รสชาติเค็ม ๆ เนื้อแห้งกรอบ นักท่องเที่ยวนิยมซื้อกินเล่น ระหว่างเดินเล่นในย่านเก่าของเมืองอู่เจิ้น ประเทศจีน ภาพ/พูวดล ดวงมี

“มีแต่คนรวยเท่านั้นที่นิยมการรัดเท้า ชาวนาเขาไม่รัดเท้าให้ลูกสาว” เจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์ฯ พูดให้เรารู้สึกว่าการเกิดเป็นลูกสาวชาวนาก็ไม่ได้แย่เสียทุกอย่าง

ชาวนามักมีชีวิตที่ยากลำบากตั้งแต่เกิด นึกถึงหญิงชาวนาที่ห่อเท้าแล้วเดินไม่ได้ เขาต้องลำบากกว่าชาวนาทั่ว ๆ ไป พวกเขาไม่ต้องการเท้าสวยแต่พาไปไหนไม่ได้ เขาต้องการเท้าที่แข็งแรง สามารถพาเขาไปไหนก็ได้ วัฒนธรรมการรัดเท้าของจีนถูกห้าม และได้รับการยกเลิกในช่วงคริสตวรรษที่ 20 โรงงานผลิตรองเท้าทรงดอกบัวแห่งสุดท้ายปิดตัวลงในปี ค.ศ.1999

นอกจากรองเท้าที่นำมาจัดแสดง พิพิธภัณฑ์ยังมีภาพถ่าย และการเล่าเรื่องผ่านสื่อผสม นับได้ว่านำเสนอได้ดี โดยเฉพาะการจัดให้ผู้ชมไปตามทางเดินแคบ ๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัว ๆ และอากาศเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศ ทำให้คนรู้สึกอึดอัดกับวัฒนธรรมการรัดเท้าของคนจีน

เมื่อนักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูปในเมืองเก่ากันจนขาล้า ทุกคนจะหันหน้าหาแม่น้ำ การนั่งเรือชมเมืองเก่า “เวนิสของจีน” เป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอู่เจิ้น 

เรื่องอื่น ๆ ของ BIG EARS

อู่เจิ้น wuzhen
อู่เจิ้น – นักท่องเที่ยวกำลังเดินผ่านเจดีย์ดอกบัวขาว ภาพ/พูวดล ดวงมี

ในยามค่ำคืน แสงจากโคมไฟและเงามืดที่สาดทาบอาคารไม้เก่า ๆ ทำให้เมืองอู่เจิ้นดูสวยไปอีกแบบหนึ่ง ร้านอาหารริมแม่น้ำพากันตั้งโต๊ะไม้ขนาดเล็ก ๆ ไว้ริมคลอง ประดับด้วยโคมไฟ ดูน่านั่งรับประทานอาหาร และเครื่องดื่ม หรือนั่งดูนักท่องเที่ยวที่ยังสนุกกับการเดินชมเมืองเก่า

หลังอาหารมื้อค่ำในโรงแรม ผมซื้อเบียร์บัดไวเซอร์ (Budweiser) จากร้านค้าเล็ก ๆ มาสามกระป๋อง ออกไปหาที่นั่งบนขอบสะพานหน้าเจดีย์ดอกบัวขาวเพื่อดูนักท่องเที่ยวและชื่นชมเมืองเก่าในยามค่ำคืน ในขณะที่กำลังพยายามนึกถึงบทกวีของหลี่ ไป๋ กวีเอกยุคราชวงศ์ถัง ที่หลงไหลความงามของพระจันทร์ จู่ ๆ ก็มีนักท่องเที่ยวสาวกวักมือให้ผมช่วย ช่วยขยับหน้าออกไปหน่อย เธอจะถ่ายรูป 

“ห่าว ๆ” ผม “เห่า” เธอไป 2 ครั้ง ก่อนขยับตัวออกจากบริเวณที่เธอต้องการถ่ายรูป

เบียร์ยังไม่หมด ผมออกมาหาที่นั่งห่าง ๆ ดูหมวยโพสต์ท่าถ่ายรูป ด้านหลังเธอเป็นเจดีย์บัวขาว สูงตระหง่านเป็นชั้น ๆ เหมือนเค้กแต่งงานขนาดใหญ่ รองเท้าของอาหมวยนั้นคู่ใหญ่กว่ารองเท้าผ้าในพิพิธภัณฑ์รัดเท้า ส้นรองเท้ายาวกว่าขากางเกงที่เธอสวม บอกไม่ได้ว่าเธอเป็นลูกสาวชาวนาหรือเป็นลูกเศรษฐี  ผมหันไปดูบ้านทรงโบราณ เรือลำน้อยในคลอง แล้วนึกขำอยู่คนเดียว 

นอกจากนักท่องเที่ยว อู่เจิ้นมีอะไรจริงบ้าง แม้แต่บัดไวเซอร์ในมือตอนนี้ก็ยังน่าสงสัย

วิธีการเดินทาง

อู่เจิ้นตั้งอยู่ระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้ และเมืองหางโจว ทางด้านใต้ของแม่น้ำแยงซีเกียง

  • จากเซี่ยงไฮ้ ให้ไปขึ้นรถที่ Shanghai South Bus Station ไปที่ Wuzhen จากนั้นให้นั่ง Town Bus K350 ไปลงที่ Wuzhen West Scenic Area
  • จากหางโจว นั่งรถไฟจากสถานี Hongqiao Railway Station ไปลงที่ Tongxiang Railway Station จากที่นั่น นั่งรถบัสสาย K282 ไปลงที่สถานีขนส่ง Wuzhen Bus Station ก่อนต่อรถบัสสาย K350 ไปย่านเมืองเก่าอู่เจิ้น

เว็บไซต์: http://en.wuzhen.com.cn/